นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อหารือแนวทางด้านการตลาดและการรักษาเสถียรภาพราคามังคุดและทุเรียน ภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมรับมือผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดจำนวนมากตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ทุกภาคส่วนจะร่วมกันทำงานเชิงรุกทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
สถานการณ์ทุเรียนท้าทายกว่าปีก่อน
นางศุภจีกล่าวว่า ปีนี้สถานการณ์ทุเรียนมีความท้าทายมากขึ้น เนื่องจากปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนขนส่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาทุเรียนช่วงเปิดฤดูกาลไม่สูงเท่าปีก่อน นอกจากนี้สภาพอากาศร้อนและแล้งทำให้ทุเรียนขนาดเล็กมีจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคา
มาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือ
กระทรวงพาณิชย์เริ่มทำงานเชิงรุกตั้งแต่ต้นปี ทั้งการทำตลาดล่วงหน้าในต่างประเทศ การกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และการขยายตลาดใหม่ในจีนฝั่งตะวันตก รวมถึงส่งทีมกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไปเจรจากับด่านในลาว เวียดนาม และจีน เพื่อรองรับผลผลิตในฤดูกาลผลไม้
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีเป้าหมายช่วยระบายผลผลิตโดยไม่กระทบโครงสร้างราคาตลาดหลัก พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกรและผู้ประกอบการรักษาคุณภาพผลผลิต โดยเฉพาะการป้องกันการตัดทุเรียนอ่อน ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดต่างประเทศ ไทยต้องใช้จุดแข็งด้านคุณภาพในการแข่งขัน หลังเวียดนามเผชิญปัญหาการตรวจพบสารแคดเมียมในผลผลิต
สถานการณ์มังคุดและมาตรการรองรับ
ผลผลิตมังคุดจะออกสู่ตลาดมากในช่วงวันที่ 21 พฤษภาคม–10 มิถุนายนนี้ โดยเฉพาะมังคุด จึงต้องเร่งวางมาตรการรองรับ ทั้งการเปิดลานมังคุด การเชื่อมโยงตลาดกับโมเดิร์นเทรด การผลักดันการส่งออก การกระจายผลผลิตผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย" และความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ไปรษณีย์ไทย) และภาคเอกชน
เพื่อกระตุ้นการบริโภค กระทรวงพาณิชย์จะประสานเครือข่ายผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มทำเมนูอาหารของหวานหรือเครื่องดื่มจากผลไม้ นอกจากนี้ยังมีการหารือแนวทางจัดตั้ง Fruit Processing Center หรือศูนย์พัฒนาคุณภาพไม้ผลจังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นต้นแบบรองรับผลผลิตส่วนเกินผ่านการแปรรูปและเพิ่มมูลค่า โดยหอการค้าจังหวัดจันทบุรีเสนอให้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการแปรรูป เช่น ห้อง Pre-cooling ระบบบรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักรแปรรูปที่ทันสมัย รวมถึงส่งเสริมการจัดตั้งลานประมูลมังคุด
เป้าหมายการบริหารจัดการผลไม้ปี 2569
กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าบริหารจัดการผลไม้ปี 2569 ผ่านมาตรการต่าง ๆ ทั้งการกระจายผลผลิตในประเทศ การทำตลาดร่วมกับโมเดิร์นเทรด การสนับสนุนการส่งออก การรณรงค์บริโภคผลไม้ไทย และการส่งเสริมการแปรรูป เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างรายได้ที่เหมาะสมให้เกษตรกรไทยตลอดฤดูกาล
ข้อมูลผลผลิตมังคุดปี 2569
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดว่าผลผลิตมังคุดทั้งประเทศอยู่ที่ 318,000 ตัน ลดลง 6% ขณะที่ผลผลิตภาคตะวันออกอยู่ที่ 175,000 ตัน ลดลง 33% โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน คิดเป็น 58% ของผลผลิตภาคตะวันออก มังคุดไทยพึ่งพาตลาดส่งออกสูงถึง 86% ส่วนการบริโภคในประเทศอยู่ที่ 14%
ราคามังคุดที่ล้งรับซื้อ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่กิโลกรัมละ 80-85 บาทสำหรับมันรวม กากลาย 60-70 บาท คละ 60-75 บาท และมังคุดตกไซส์ 20-30 บาท การส่งออกมังคุดช่วงวันที่ 1 มกราคม–26 เมษายน 2569 มีจำนวน 590 ชิปเมนต์ ปริมาณรวม 10,042 ตัน มูลค่า 616 ล้านบาท โดยในช่วงวันที่ 20-26 เมษายน 2569 มีการส่งออก 1,190 ตัน มูลค่า 86 ล้านบาท ส่วนปี 2568 ไทยส่งออกมังคุดรวม 226,442 ตัน มูลค่า 17,018 ล้านบาท



