ร้านค้าลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้ถึงวันไหน เช็กช่องทางสมัคร
ร้านค้าลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้ถึงวันไหน เช็กช่องทาง

ร้านค้ายังลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้ถึงวันไหน

หลังจากที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นวันแรกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเป็นจำนวนมาก หลายคนยังสงสัยว่าร้านค้าสามารถลงทะเบียนได้ถึงเมื่อใด และมีช่องทางใดบ้าง บทความนี้มีคำตอบ

ประเภทของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

โครงการไทยช่วยไทยพลัสเปิดโอกาสให้ร้านค้าหลายประเภทเข้าร่วม ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ผู้ประกอบการร้านค้าบุคคลธรรมดา ได้แก่ ร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย ไม่เป็นนิติบุคคล หรือร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ไม่ใช่นิติบุคคล ยกเว้นร้านค้าธงฟ้าของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยต้องไม่เป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ ไม่เป็นการประกอบกิจการในลักษณะรับสินค้าของบุคคลอื่นไปจำหน่ายแล้วนำส่งค่าสินค้าโดยได้รับค่าตอบแทนจากยอดขาย และต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
  • ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ได้แก่ ผู้ประกอบการที่มีสัญชาติไทยและไม่เป็นนิติบุคคล ประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI-METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้อง รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ โดยผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะที่ถูกต้อง รวมถึงรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่ตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ
  • ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ
  • นิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ที่ขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 โดยผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ร้านค้าต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-5 และโครงการคนละครึ่งพลัส ส่วนผู้ให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม ไม่สามารถสมัครเข้าร่วมเป็นร้านค้าในโครงการนี้ได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการสำหรับร้านค้าใหม่

ร้านค้าใหม่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2569 ณ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย
  2. สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com และดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปพลิเคชันถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยร้านค้าบุคคลธรรมดาหรือผู้ประกอบการ OTOP หรือวิสาหกิจชุมชน ยื่นแบบฟอร์มการสมัครร้านค้าสำหรับกระทรวงมหาดไทย ส่วนร้านค้านิติบุคคลรายย่อยหรือธุรกิจเฉพาะ ยื่นแบบฟอร์มการสมัครร้านค้าสำหรับตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะ
  4. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้วมายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ
  5. ร้านค้าจะได้รับผลการพิจารณาผ่าน SMS
  6. เมื่อผ่านการพิจารณา แบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัสจะปรากฏบนแอปพลิเคชันถุงเงิน
  7. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการ
  8. รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น.
  9. ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปพลิเคชันถุงเงิน

การยืนยันสิทธิสำหรับร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

ผู้ประกอบการร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสสามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 นอกจากนี้ ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมหรือลงทะเบียนใหม่และผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว ต้องตรวจสอบการยินยอม รับทราบ และยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในแอปพลิเคชันถุงเงินด้วย เพื่อให้การลงทะเบียนร้านค้าสำเร็จสมบูรณ์

อ้างอิง: www.ไทยช่วยไทยพลัส.th