นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงถึงการทบทวนสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ จากการนำชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษีจนทำให้ถูกตัดสิทธิ์ โดยระบุว่าประเด็นดังกล่าวจะนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อทบทวนเกณฑ์การคัดกรองตามขั้นตอน หลังจากมีข้อสั่งการและความสนใจจากหลายฝ่าย
การทบทวนเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
นายวินิจยืนยันว่าการทบทวนดังกล่าวจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ โดยจะพิจารณาข้อมูลรอบด้านอย่างละเอียด ทั้งในเรื่องความจำเป็นและผลกระทบที่เกิดขึ้น แม้จะยังไม่สามารถระบุวันประชุมที่ชัดเจนได้ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อกับเกณฑ์ดังกล่าว
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นสวัสดิการแบบเจาะจง
ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อให้พิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมย้ำว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเพียงสวัสดิการรูปแบบหนึ่งที่มีเป้าหมายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเจาะจง โดยเม็ดเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดต้องถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดในภาวะวิกฤต
แนวทางการแก้ปัญหา 2 ด้าน
สำหรับการดำเนินโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ กระทรวงการคลังเน้นการแก้ปัญหา 2 ด้านไปพร้อมกัน คือการคัดกรองผู้ที่ไม่จนจริงเพื่อลดการรั่วไหลของงบประมาณ และการดูแลผู้ที่ตกหล่นให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่เดินทางมาลงทะเบียนเองไม่สะดวก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
สวัสดิการอื่นๆ ยังคงมีให้
นายวินิจยังย้ำว่าประชาชนยังสามารถมั่นใจได้ในสวัสดิการด้านอื่นๆ ของรัฐ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือสวัสดิการสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นสวัสดิการถ้วนหน้าที่ดำเนินการแยกส่วนกัน และหากผู้ใดไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบนี้แต่ยังมีฐานะยากลำบาก รัฐบาลก็ยังมีโครงการช่วยเหลืออื่นๆ รองรับ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัสรูปแบบ 60/40
อำนาจการทบทวนเป็นของคณะกรรมการฯ
สำหรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นเพียงแค่การทบทวนหรือยกเลิกไปเลยนั้น นายวินิจระบุว่าต้องเป็นอำนาจของคณะกรรมการฯ ซึ่งวันนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้และตนเองจะไม่ขอก้าวล่วงอำนาจของคณะกรรมการฯ แต่สัญญาณขณะนี้ก็มีทิศทางชัดเจนว่าต้องทบทวน



