กระทรวงการคลังประกาศยกเลิกเงื่อนไขการนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีออกจากหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมว่า ที่ประชุมมีมติยกเลิกเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่าจะไม่นำมาใช้ในการลงทะเบียนรับสิทธิ์บัตรคนจนในครั้งนี้
รายละเอียดการยกเลิกเงื่อนไข
นายวินิจกล่าวว่า คณะกรรมการฯ มีมติยกเลิกเงื่อนไขการนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีออกจากหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ปี 2569 ในครั้งนี้ โดยเงื่อนไขอื่นๆ ยังคงเดิม แต่จะมีการนำหลักเกณฑ์ทั้งหมดเข้าไปพิจารณาอีกครั้ง และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป คาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดก่อนวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีการนำกลับมาใช้ในการลงทะเบียนครั้งต่อไปหรือไม่นั้น จะพิจารณาอีกครั้งเมื่อมีการเปิดลงทะเบียนครั้งต่อไป
สถานการณ์การลงทะเบียนล่าสุด
ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมมายืนยันสิทธิ์แล้ว 11,280,000 คน จากทั้งหมด 13,200,000 คน และมีผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว 10,800,000 ราย พบว่ามีผู้ที่ลงทะเบียนและข้อมูลผิดพลาด 400,000 ราย ซึ่งเป็นความผิดพลาดเล็กน้อย เช่น กรอกชื่อ-สกุลผิด แต่ได้รับการแก้ไขแล้ว ทำให้ล่าสุดเหลือเพียง 200 รายที่ยังมีปัญหาอยู่ โดยนายวินิจยืนยันว่าผู้ที่ยังติดปัญหาอยู่ไม่ต้องกังวลและไม่ต้องดำเนินการใดๆ เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารกรุงไทยลงพื้นที่ไปติดต่อทั้ง 200 รายนี้เอง
กลุ่มที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
สำหรับกลุ่มที่ 2 ซึ่งมีชื่ออยู่ในกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีประมาณ 1,047,520 ราย ขณะนี้ตรวจสอบไปแล้วกว่า 70% ส่วนกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มตกหล่นที่ไม่มีรายชื่อในสองกลุ่มดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ไปพบขณะลงพื้นที่ มีอยู่ราว 1,500,000 ราย นายวินิจยืนยันว่าทั้งสองกลุ่มจะได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 21 มิถุนายนนี้ หรือวันสุดท้ายของการเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างแน่นอน
เป้าหมายของรัฐบาล
นายวินิจยืนยันว่า การคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ รัฐบาลต้องการนำผู้ที่ยากจนและยากลำบากที่แท้จริงให้ได้รับสิทธิ์อย่างครอบคลุม โดยไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะตัดรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์ให้เหลือน้อยที่สุดแต่อย่างใด และไม่ได้ถูกจำกัดด้วยงบประมาณ



