พาณิชย์เร่งคุมเข้มรับซื้อปาล์มหลังสงกรานต์ ตรวจลานเท-โรงงาน ป้องกดราคาเกษตรกร
วันนี้ (16 เมษายน 2569) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ปาล์มน้ำมันที่มีทิศทางราคาปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญจากอุปทานที่เข้าสู่ระบบลดลงชั่วคราวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากลานเทและโรงงานสกัดบางส่วนหยุดดำเนินการ ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่ความต้องการใช้ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มขยับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความต้องการในภาคพลังงานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวหนุนราคา
นายวิทยากรชี้แจงว่า ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในประเทศยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคพลังงานภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการใช้ปาล์มน้ำมันดิบ (CPO) เพิ่มจากประมาณ 71,600 ตันต่อเดือน เป็นราว 140,000 ตันต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้ระบบสามารถดูดซับผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแรงหนุนสำคัญต่อระดับราคาในช่วงนี้
ทั้งนี้ ราคาผลปาล์มน้ำมัน ณ วันที่ 10 เมษายน 2569 อยู่ที่ 7.00–7.90 บาทต่อกิโลกรัม เฉลี่ย 7.45 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เฉลี่ย 5.95 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 25% ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) อยู่ที่ 40.50–41.00 บาทต่อกิโลกรัม เฉลี่ย 40.75 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ย 35.38 บาท หรือเพิ่มขึ้นราว 15% สะท้อนว่าตลาดยังมีแรงรองรับ และเกษตรกรยังสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในระดับราคาที่ดี
สั่งการตรวจสอบลานเทและโรงงานสกัดทันทีหลังสงกรานต์
เพื่อป้องกันการกดราคารับซื้อจากเกษตรกร กรมการค้าภายในได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ปลูกปาล์ม ลงพื้นที่ตรวจสอบลานเทและโรงงานสกัดทันทีหลังช่วงสงกรานต์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลการเปิดรับซื้อให้เป็นปกติและเป็นธรรม ต้องแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน และห้ามกดราคารับซื้อจากเกษตรกรอย่างเด็ดขาด หากพบการเอาเปรียบจะดำเนินการตามกฎหมายทันที
นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้า กรมการค้าภายในเตรียมประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม ร่วมกับผู้แทนเกษตรกรชาวสวนปาล์ม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งด้านปริมาณและราคา พร้อมพิจารณามาตรการที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเชื่อว่าจากปัจจัยด้านอุปสงค์และการบริหารจัดการที่เข้มข้น จะช่วยให้ราคาปาล์มมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มาตรการบริหารจัดการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบยังคงดำเนินการ
สำหรับมาตรการกำกับการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ยังคงดำเนินการควบคู่กันไป โดยเป็นการบริหารจัดการปริมาณเชิงรุก ผ่านระบบขออนุญาตล่วงหน้า เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอกับการใช้ในประเทศเป็นลำดับแรก ก่อนพิจารณาส่งออก ซึ่งไม่ใช่การห้ามส่งออก แต่เป็นการจัดสมดุลการใช้ในภาพรวม เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดและคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน



