ราคาเบียร์ขวดขึ้น 5-10 บาท เหตุภาษีสรรพสามิตปรับเพิ่ม
ราคาเบียร์ขวดขึ้น 5-10 บาท เหตุภาษีสรรพสามิตปรับเพิ่ม

ราคาเบียร์ขวดปรับขึ้น 5-10 บาท ตั้งแต่ 16 ก.ย. 2567

ผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเตรียมรับมือกับราคาเบียร์ขวดที่ปรับขึ้น 5-10 บาท ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 เป็นต้นไป หลังกรมสรรพสามิตประกาศปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงขึ้น การปรับราคาครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเบียร์ยอดนิยมหลายยี่ห้อ อาทิ ช้าง สิงห์ ลีโอ และไฮเนเก้น โดยราคาขายปลีกขวดเล็ก (330 มล.) ปรับขึ้นประมาณ 5 บาท ส่วนขวดใหญ่ (620 มล.) ปรับขึ้น 10 บาท

สาเหตุการปรับราคามาจากภาษีสรรพสามิต

นายเอกนิติ นิมิตกุล อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับเบียร์มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2567 โดยเปลี่ยนจากฐานภาษีตามปริมาณแอลกอฮอล์เป็นฐานภาษีตามราคาขายปลีกแนะนำ (MSRP) ซึ่งส่งผลให้เบียร์ที่มีราคาสูงต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับอัตราภาษีตามปริมาณแอลกอฮอล์ โดยเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์สูงกว่า 5% จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาเบียร์ขวดปรับสูงขึ้นตามไปด้วย

ผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

การปรับราคาเบียร์ครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคที่ต้องจ่ายเงินซื้อเบียร์ในราคาที่สูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารและบาร์ต้องปรับราคาขายปลีกเพื่อรักษากำไร ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดขายลดลง นายสมชาย พรรณทรัพย์ นายกสมาคมร้านอาหารไทย กล่าวว่า "การปรับราคาเบียร์ขวดครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร เนื่องจากเบียร์เป็นเครื่องดื่มที่สร้างรายได้หลักให้กับร้าน การปรับราคาอาจทำให้ลูกค้าลดการบริโภคหรือหันไปดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นแทน" นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในการดื่มเบียร์ในประเทศไทย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มราคาเบียร์ในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าราคาเบียร์ขวดอาจปรับขึ้นอีกในอนาคต หากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงสูงขึ้น รวมถึงนโยบายภาษีของรัฐบาลที่อาจมีการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง ขณะที่ผู้บริโภคบางส่วนอาจหันไปดื่มเบียร์กระป๋องหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นที่มีราคาถูกกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ยังคงต้องแข่งขันกันด้วยกลยุทธ์การตลาดและโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า