ส่งออกกัญชาทะลุ 2,566 ล้านบาท รัฐเชื่อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ลดขั้นตอน
ส่งออกกัญชาทะลุ 2,566 ล้านบาท รัฐเชื่อมระบบอิเล็กทรอนิกส์

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสมุนไพรควบคุมสะสมกว่า 2,566 ล้านบาท และมีปริมาณการส่งออกสะสมกว่า 201,658 กิโลกรัม สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดส่งออกสมุนไพรควบคุม โดยเฉพาะกัญชาที่เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ

เชื่อมระบบ DTAM Next กับ NSW ลดขั้นตอนส่งออก

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เตรียมเชื่อมต่อระบบ DTAM Next กับระบบ National Single Window (NSW) ของกรมศุลกากร เพื่อรองรับการให้บริการแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นระบบกลางของประเทศสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ด้านการส่งออก

การเชื่อมโยงระบบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน ยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผู้ประกอบการยื่นเอกสารดิจิทัล ลดภาระกระดาษ

เมื่อเชื่อมโยงระบบแล้วเสร็จ ผู้ประกอบการจะสามารถยื่นคำขอแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ผ่านระบบ DTAM Next ได้อย่างครบวงจรในรูปแบบดิจิทัล จากเดิมที่ต้องจัดเตรียมเอกสารกระดาษและยื่นเอกสารด้วยตนเอง โดยข้อมูลจะถูกส่งต่อเข้าสู่ระบบ NSW ของกรมศุลกากรโดยอัตโนมัติ

นางสาวพลอยทะเลกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดภาระด้านเอกสาร ลดขั้นตอนการดำเนินงาน เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล ป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร และสามารถติดตามสถานะการดำเนินงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ลดการใช้กระดาษกว่า 1,200-2,400 ฉบับต่อปี

ปัจจุบันกรมการแพทย์แผนไทยฯ มีการออกแบบ ภ.ท.32 เฉลี่ยประมาณ 100–200 ฉบับต่อเดือน การพัฒนาระบบดังกล่าว คาดว่าจะช่วยลดการใช้เอกสารกระดาษได้มากกว่า 1,200–2,400 ฉบับต่อปี พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางของผู้ประกอบการได้

นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการอนุญาต โดยลดระยะเวลาการดำเนินการจากเดิมประมาณ 5 – 7 วันทำการ ซึ่งรวมขั้นตอนการจัดส่งและรับเอกสารในรูปแบบกระดาษ เหลือเพียง 1–2 วันทำการในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการส่งออกและบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น