ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล กรณีมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยศาลเห็นว่าคำร้องมีหลักฐานเพียงพอและเข้าข่ายต้องไต่สวนต่อไป
รายละเอียดคำร้องและหลักฐาน
กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 โดยอ้างถึงการกระทำของพรรคก้าวไกลที่พยายามเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองและสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 49 และ 92 หลักฐานสำคัญรวมถึงการชุมนุมและการแถลงนโยบายของพรรคที่ถูกบันทึกไว้
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวว่า "เรามีหลักฐานชัดเจนว่าพรรคก้าวไกลดำเนินกิจกรรมที่มุ่งล้มล้างการปกครอง และเราจำเป็นต้องปกป้องระบอบประชาธิปไตย"
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงว่า "พรรคพร้อมต่อสู้คดีนี้ เรายืนยันว่าเราไม่ได้กระทำการล้มล้าง แต่เราต้องการปฏิรูปประเทศให้ดีขึ้น" พรรคก้าวไกลจะยื่นคำให้การต่อศาลภายใน 15 วัน
การรับคำร้องนี้ทำให้พรรคก้าวไกลต้องระงับการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองบางส่วนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งซ่อมที่กำลังจะมีขึ้น
ผลกระทบทางการเมือง
นักวิเคราะห์มองว่าคดีนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลผสมที่พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ หากศาลมีคำพิพากษาให้ยุบพรรค ส.ส. ของพรรคจะต้องย้ายไปพรรคอื่นภายใน 60 วัน ตามกฎหมายพรรคการเมือง
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าการยุบพรรคอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองและการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลที่ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่
ขั้นตอนต่อไปของศาล
ศาลรัฐธรรมนูญจะไต่สวนพยานหลักฐานและรับฟังคำชี้แจงจากทุกฝ่าย โดยคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยภายใน 3-6 เดือน หากศาลวินิจฉัยว่าพรรคก้าวไกลกระทำผิดจริงจะมีการยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี



