ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ว่า จะขยายตัวได้ร้อยละ 3.5 (ช่วงคาดการณ์ร้อยละ 3.0-3.8) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.7 ในปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากภาคการท่องเที่ยวและการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน
ภาคการท่องเที่ยวและบริโภคหนุนเศรษฐกิจ
สำหรับปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 39.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 35.5 ล้านคนในปี 2567 ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 ล้านล้านบาท จาก 1.7 ล้านล้านบาท ขณะที่การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวได้ดี จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในระบบ
การส่งออกฟื้นตัว แต่มีความเสี่ยง
ด้านการส่งออกสินค้า คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.5 (จากร้อยละ 0.5 ในปี 2567) โดยได้แรงหนุนจากสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานโลก อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยในอัตราที่สูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว
การลงทุนภาครัฐและเอกชน
การลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.0 (จากร้อยละ 1.5 ในปี 2567) โดยมีปัจจัยหนุนจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลและการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.5 (จากร้อยละ 2.8 ในปี 2567) ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้า
อัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 จะอยู่ที่ร้อยละ 1.2 (จากร้อยละ 0.4 ในปี 2567) เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.00 ตลอดทั้งปี เนื่องจากเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และความเสี่ยงจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
นอกจากความเสี่ยงจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ และเศรษฐกิจจีนแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังชี้ถึงความเสี่ยงจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อในระยะยาว รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลก
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ประมาณการดังกล่าวอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งหากมีความเสี่ยงเกิดขึ้นจริง อาจทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่ากรอบคาดการณ์ได้



