ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 68 โต 3-5% แม้เศรษฐกิจชะลอตัว
ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 68 โต 3-5% แม้เศรษฐกิจชะลอ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยว่า ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยปี 2568 คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 5.2-5.3 แสนล้านบาท เติบโต 3-5% จากปีก่อน แม้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวช้า โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้นและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ

เบียร์ยังครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด

เบียร์ยังคงเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 85% หรือประมาณ 4.4-4.5 แสนล้านบาท เติบโต 3-5% โดยได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวและกิจกรรมเทศกาลต่างๆ ขณะที่สุราประเภทอื่นๆ เช่น สุราขาว สุราผสม และวิสกี้ มีส่วนแบ่งตลาด 15% หรือประมาณ 7.8-8.0 หมื่นล้านบาท เติบโต 2-4%

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อธุรกิจ เช่น ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาข้าวบาร์เลย์และข้าวโพดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัญหาภัยแล้งในประเทศผู้ผลิต รวมถึงนโยบายภาษีและกฎระเบียบที่อาจเข้มงวดขึ้น นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบไม่มีแอลกอฮอล์หรือลดแอลกอฮอล์มากขึ้นก็เป็นความท้าทาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มการตลาดและนวัตกรรม

ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พรีเมียมหรือคราฟต์เบียร์ รวมถึงใช้ช่องทางออนไลน์และการตลาดดิจิทัลมากขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่

นายกิตติพงศ์ อัครปิยะกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปี 2568 ยังคงมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเบียร์ที่ต้องสร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรมและรสชาติใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความแปลกใหม่”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1.5% ของจีดีพี และสร้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง การเติบโตของธุรกิจนี้จะช่วยสนับสนุนการจ้างงานและรายได้ของประเทศ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนก็ตาม