สหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าจีน 145% จีนโต้ตอบ 125% สงครามการค้ารุนแรง
สหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าจีน 145% จีนโต้ตอบ 125%

สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจีนเป็น 145%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตรา 145% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 104% การตัดสินใจครั้งนี้มีผลทันที โดยมีเป้าหมายเพื่อกดดันจีนให้ยุติสิ่งที่สหรัฐฯ เรียกว่าเป็นแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่จีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ เป็น 84% ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวว่า การเจรจากับจีนไม่มีความคืบหน้า และจีนยังคงดำเนินนโยบายที่สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมของสหรัฐฯ

จีนตอบโต้ทันที ประกาศขึ้นภาษีสหรัฐฯ 125%

กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันว่า จีนจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 125% ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ถือเป็นการตอบโต้ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แถลงการณ์ระบุว่า การกระทำของสหรัฐฯ เป็นการละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศ และจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ นอกจากนี้ จีนยังประกาศว่าจะระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ บางรายการ เช่น ถั่วเหลืองและข้าวโพด ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญของเกษตรกรอเมริกัน

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

สงครามการค้าครั้งนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกลดลงอย่างรุนแรง โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 1,000 จุดในวันเดียว ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปต่างปรับตัวลดลงตามความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นักวิเคราะห์จากธนาคารโลกประเมินว่า การขึ้นภาษีทั้งสองฝ่ายอาจทำให้การค้าโลกลดลงถึง 2% ในปีนี้ และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า การขึ้นภาษีครั้งนี้อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ สูงขึ้น และอาจบีบให้ธนาคารกลางต้องปรับนโยบายการเงิน

ปฏิกิริยาจากนานาประเทศ

สหภาพยุโรปออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจาโดยเร็ว ขณะที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ต่างได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

องค์การการค้าโลก (WTO) ระบุว่า สงครามการค้าครั้งนี้อาจนำไปสู่การฟ้องร้องระหว่างประเทศ และทำให้ระบบการค้าพหุภาคีอ่อนแอลง

นายโรเบิร์ต ไลต์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะเพิ่มภาษีต่อไปอีกหากจีนไม่เปลี่ยนท่าที ขณะที่จีนยืนกรานว่าจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดัน