บริษัท เพนกวิน เอ็กซ์เพรส จำกัด ผู้ให้บริการรถโดยสารประจำทางสาธารณะ ประกาศยุติให้บริการเดินรถทุกเส้นทางทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป สิ้นสุดตำนานการให้บริการที่ยาวนานถึง 40 ปี
สาเหตุการยุติให้บริการ
นายสมศักดิ์ เจริญสุข กรรมการผู้จัดการบริษัท เพนกวิน เอ็กซ์เพรส จำกัด เปิดเผยว่า สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุง และค่าแรงงาน ขณะที่จำนวนผู้โดยสารลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 15-20 ต่อปี ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้พฤติกรรมการเดินทางของประชาชนเปลี่ยนไป หันไปใช้รถยนต์ส่วนตัวและบริการขนส่งทางเลือกอื่นมากขึ้น
“เราพยายามปรับตัวมาหลายปี แต่สภาพตลาดเปลี่ยนไปมาก ต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ รายได้กลับลดลง ทำให้ขาดทุนสะสมกว่า 200 ล้านบาทใน 3 ปีที่ผ่านมา การตัดสินใจครั้งนี้เป็นเรื่องยากแต่จำเป็น” นายสมศักดิ์กล่าว
ผลกระทบต่อผู้โดยสารและพนักงาน
การยุติให้บริการส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารที่ใช้บริการเป็นประจำ โดยเฉพาะในเส้นทางกรุงเทพฯ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรุงเทพฯ-ภาคเหนือ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของบริษัท คาดว่ามีผู้โดยสารได้รับผลกระทบประมาณวันละ 5,000 คน นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อพนักงานของบริษัทจำนวน 800 คน ซึ่งบริษัทจะจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน และจัดหางานใหม่ให้บางส่วนผ่านเครือข่ายพันธมิตร
นายสมศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับผู้โดยสารทุกท่าน และขอขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจใช้บริการของเรามาตลอด 40 ปี”
ทางเลือกของผู้โดยสาร
กรมการขนส่งทางบกได้ประสานงานกับผู้ประกอบการรถโดยสารรายอื่นเพื่อรองรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในเส้นทางที่เพนกวิน เอ็กซ์เพรสให้บริการ เช่น บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และบริษัทอื่นๆ ที่มีเส้นทางใกล้เคียง คาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ
นางสาววิไลวรรณ แซ่ลี้ ผู้โดยสารประจำเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา กล่าวว่า “เสียดายมาก เพราะเพนกวินเป็นรถที่ราคาถูกและบริการดี แต่ก็เข้าใจถึงเหตุผลที่ต้องปิดตัวลง”
ประวัติบริษัท
เพนกวิน เอ็กซ์เพรส ก่อตั้งเมื่อปี 2529 โดยนายสมศักดิ์ เจริญสุข และครอบครัว เริ่มให้บริการรถโดยสารปรับอากาศในเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมาเป็นเส้นทางแรก ต่อมาขยายไปยังภาคเหนือและภาคอีสาน รวมถึงเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด ปัจจุบันมีรถโดยสารให้บริการกว่า 300 คัน และมีพนักงานรวม 800 คน
บริษัทเคยได้รับรางวัลผู้ประกอบการขนส่งดีเด่นจากกรมการขนส่งทางบกในปี 2545 และ 2553 แต่ในช่วง 5 ปีหลังมานี้ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก จนต้องตัดสินใจยุติกิจการ



