ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนพฤษภาคม 2567 ว่าปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยอยู่ที่ระดับ 46.7 จากระดับ 48.2 ในเดือนเมษายน 2567 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลง ได้แก่ ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ประกอบกับค่าครองชีพที่ยังคงสูง โดยเฉพาะราคาพลังงานและอาหาร รวมถึงปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมือง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังช้า
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคม 2567 นี้ แบ่งเป็นดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 42.5 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำอยู่ที่ระดับ 47.1 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 50.5 ซึ่งทุกดัชนีปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ เสนอแนะให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน อาทิ การลดราคาพลังงาน การตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และการเพิ่มกำลังซื้อผ่านโครงการต่างๆ นอกจากนี้ ควรเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และส่งเสริมการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงนี้ สอดคล้องกับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ชะลอตัวลง เช่น การส่งออกที่หดตัว การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง และการจ้างงานที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการในระยะต่อไป



