บาทเหวี่ยงแรงตามสงครามตะวันออกกลาง-ราคาน้ำมันพุ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้จับตากรอบ 32.10-33.10
บาทเหวี่ยงแรงตามสงคราม-น้ำมันพุ่ง จับตากรอบ 32.10-33.10

บาทเหวี่ยงแรงตามสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันพุ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้จับตากรอบ 32.10-33.10

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 มีนาคม – 3 เมษายน 2569) ว่าเงินบาทมีทิศทางผันผวนอย่างรุนแรง โดยได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนจะกลับมาแข็งค่าในช่วงปลายสัปดาห์

ปัจจัยกดดันค่าเงินบาทจากสงครามและน้ำมัน

ในช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทอ่อนค่าลงเข้าใกล้ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ สวนทางกับเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ เงินบาทยังถูกกดดันจากแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติทั้งในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย

อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าในช่วงกลางสัปดาห์ หลังเงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขาย จากการแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุถึงความสำเร็จในการลดขีดความสามารถทางการทหารของอิหร่าน และความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะถอนกำลัง ซึ่งช่วยหนุนความหวังว่าสถานการณ์อาจคลี่คลายลง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จับตากรอบค่าเงินบาทและปัจจัยเสี่ยง

แม้เงินบาทยังคงแกว่งตัว โดยมีแรงกดดันระยะสั้นจากสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจยกระดับการโจมตีอิหร่านในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า แต่ท้ายที่สุดเงินบาทสามารถฟื้นตัวได้จากแรงขายดอลลาร์เพื่อปรับสถานะ รวมถึงแรงหนุนจากสกุลเงินเอเชีย หลังมีรายงานการหารือระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับการบริหารเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สำหรับสัปดาห์วันที่ 6-10 เมษายน 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • อัตราเงินเฟ้อไทย
  • สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
  • ราคาน้ำมันโลก
  • ทิศทางเงินทุนต่างชาติ
  • ถ้อยแถลงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีนและสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นไทยยังบวกแต่เผชิญแรงขายทำกำไร

ด้านตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index ยังสามารถปิดบวกต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน แม้จะมีแรงขายกดดันในช่วงท้ายสัปดาห์ ในช่วงต้นสัปดาห์ ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยมีปัจจัยบวกจากประเด็นการเมืองในประเทศ แต่การปรับขึ้นถูกจำกัดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีขู่ปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญของโลก

ต่อมาในช่วงกลางสัปดาห์ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นต่างประเทศ จากความคาดหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจคลี่คลาย หลังมีข่าวว่าสหรัฐฯ อาจถอนกำลังออกจากอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ดัชนีลดช่วงบวกลงในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณยกระดับการโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านมีท่าทีพร้อมตอบโต้ สะท้อนความตึงเครียดที่ยังยืดเยื้อ

ส่งผลให้นักลงทุนทยอยขายทำกำไร โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศ

แนวรับ-แนวต้านและปัจจัยติดตามหุ้นไทย

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 เมษายน 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยประเมินแนวรับดัชนีที่ 1,430 และ 1,410 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,480 และ 1,500 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามยังคงเป็น

  1. ตัวเลขเงินเฟ้อไทย
  2. การแถลงนโยบายรัฐบาล
  3. สถานการณ์ตะวันออกกลาง
  4. ทิศทางเงินทุนต่างชาติ
  5. ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ยุโรป และจีน

ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการลงทุนในระยะถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ