รัฐบาลได้ข้อสรุปโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงิน 10,000 บาท ให้ประชาชน 50 ล้านคน วงเงินรวม 5 แสนล้านบาท โดยเริ่มใช้จ่ายได้ในไตรมาส 4 ของปี 2567 ผ่านแอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ'
รายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ต
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ได้สรุปแนวทางดำเนินการแล้ว โดยจะใช้แอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' เป็นช่องทางหลักในการรับสิทธิและใช้จ่าย ประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านแอปดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567
โครงการนี้ครอบคลุมประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน และมีเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 50 ล้านคน วงเงินรวม 5 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลจะใช้จ่ายผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ที่เชื่อมโยงกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน
ข้อจำกัดการใช้จ่าย
เงินดิจิทัลวอลเล็ตสามารถใช้จ่ายได้เฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งครอบคลุมร้านค้าทั่วไป ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้า แต่ไม่รวมถึงร้านค้าออนไลน์และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สินค้าที่สามารถซื้อได้ต้องเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ยกเว้นสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสินค้าแบรนด์เนม
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ใช้จ่ายได้ภายในเขตอำเภอที่อยู่ตามทะเบียนบ้านเท่านั้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ระยะเวลาการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 มกราคม 2568
แหล่งเงินทุนและผลกระทบ
รัฐบาลจะจัดหาเงินทุนจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 และ 2568 รวมถึงการกู้ยืมจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท นายจุลพันธ์กล่าวว่า 'โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและเพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชน โดยคาดว่าจะทำให้จีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.5-2%'
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบต่อเงินเฟ้อในระยะยาว



