ธปท. เร่งประเมินผลกระทบตะวันออกกลางรอบด้าน เพื่อดำเนินนโยบายช่วยเหลือ SMEs เสริมสภาพคล่อง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างรอบด้าน ซึ่งยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานเป็นอย่างมาก สถานการณ์นี้ได้สร้างแรงกดดันต่อประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีความต้องการเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินชีวิตและธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการเงินทุน
จากรายงานของ ธปท. สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ต้องเผชิญกับความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำกัด อีกทั้งแนวโน้มความสามารถในการชำระหนี้อาจถูกบั่นทอนจากต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นและรายได้ที่ลดลงชั่วคราว เพื่อบรรเทาปัญหานี้ ธปท. จึงได้ขอความร่วมมือจากสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับ ให้ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ
มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากสถาบันการเงิน
มาตรการช่วยเหลือแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ การจัดการกับสินเชื่อเดิมและสินเชื่อใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- สินเชื่อเดิม: ธปท. ขอให้สถาบันการเงินออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในเชิงป้องกันตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณปัญหา เช่น การให้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ลดค่างวด ลดอัตราดอกเบี้ย หรือตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อทุกประเภท รวมถึงการให้เช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อส่วนบุคคล ต้องมีการหารือทำความเข้าใจเงื่อนไขกับลูกหนี้และผู้ค้ำประกัน พร้อมแจ้งผลที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมมาตรการ
- สินเชื่อใหม่: ขอให้สถาบันการเงินพิจารณาช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงาน สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการ SMEs Credit Boost และกรอบหลักการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)” เพื่อผ่อนปรนแนวทางการปล่อยสินเชื่อ
การติดตามสถานการณ์และแนวทางในอนาคต
ธปท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและระบบการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายและปรับใช้มาตรการได้อย่างเหมาะสม โดยมุ่งบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถประคองธุรกิจและปรับตัวได้ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
มาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ธปท. ในการสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและสภาพคล่องทางการเงิน



