เงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง
ค่าเงินบาทในวันนี้ (7 มิถุนายน 2567) ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 หรือในรอบ 31 เดือน นักวิเคราะห์จากธนาคารพาณิชย์หลายแห่งระบุว่า การแข็งค่าของเงินบาทได้รับปัจจัยหนุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ปัจจัยสนับสนุนจากต่างประเทศ
ปัจจัยสำคัญจากภายนอกคือ การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์และหันไปลงทุนในสกุลเงินอื่นๆ รวมถึงบาท นอกจากนี้ กระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดการเงินไทยจากนักลงทุนต่างชาติยังช่วยหนุนค่าเงินบาทอีกทางหนึ่ง
ปัจจัยภายในประเทศ
ภายในประเทศ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ส่งผลให้มีเงินตราต่างประเทศไหลเข้ามากขึ้น ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยเกินดุลมากขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายโครงการ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน
นายกฤษฎา เจริญสุข ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า "การแข็งค่าของเงินบาทในครั้งนี้เป็นไปตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดและการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ"
ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ
การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและลบต่อภาคธุรกิจ ด้านบวกคือ ผู้นำเข้าสินค้าได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลง โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบ เช่น น้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่ธุรกิจที่มีหนี้ต่างประเทศก็มีภาระหนี้ลดลง
อย่างไรก็ตาม ด้านลบคือ ผู้ส่งออกจะได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงเมื่อแปลงกลับเป็นสกุลเงินบาท โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่ต้องแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากเงินบาทแข็งค่าเกิน 33 บาทต่อดอลลาร์ ผู้ส่งออกอาจต้องปรับกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น
แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะต่อไป
นักวิเคราะห์คาดว่า เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกในระยะสั้น จากปัจจัยสนับสนุนทั้งภายในและภายนอก แต่ยังต้องจับตาทิศทางนโยบายการเงินของเฟด รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าจะติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินอย่างใกล้ชิด และพร้อมใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อดูแลเสถียรภาพ



