กนง. มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อเนื่อง
กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 2.50% ต่อเนื่อง

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี ในการประชุมครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ โดยกรรมการเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในกรอบประมาณการเดิม แต่ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

การประเมินเศรษฐกิจและการเงิน

กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวร้อยละ 2.6 และในปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 3.0 โดยได้ปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2567 ลงจากร้อยละ 2.7 ในการประชุมครั้งก่อน เนื่องจากส่งออกและภาคการผลิตที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ด้านเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.5 ลดลงจากประมาณการเดิมที่ร้อยละ 0.6 เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐและราคาอาหารสดที่ลดลง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.5

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มดอกเบี้ยและนโยบายการเงิน

นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า “คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินในระยะยาว” พร้อมย้ำว่าการดำเนินนโยบายการเงินจะยังคงยืดหยุ่นตามสถานการณ์ โดยพร้อมปรับเปลี่ยนหากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

กนง. ยังได้ปรับลดประมาณการการส่งออกสินค้าในปี 2567 เหลือขยายตัวร้อยละ 1.5 จากเดิมร้อยละ 2.0 สะท้อนการฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาดของเศรษฐกิจคู่ค้า โดยเฉพาะจีนและสหรัฐฯ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ 35.5 ล้านคนในปี 2567 และ 39.5 ล้านคนในปี 2568

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การบริหารจัดการหนี้ครัวเรือน

คณะกรรมการฯ ยังคงกังวลเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตที่ขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่มอ่อนแอลง กนง. จึงได้มีมาตรการกำกับดูแลสินเชื่ออย่างเข้มงวด รวมถึงการออกหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัว

ในการประชุมครั้งนี้ กนง. ได้หารือถึงผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งออกและการลงทุนของไทย โดยกรรมการฯ เห็นว่าจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดการเงินโลก

เสถียรภาพระบบการเงิน

ด้านเสถียรภาพระบบการเงิน กนง. ประเมินว่าสถาบันการเงินมีเงินกองทุนและสำรองเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยง ขณะที่สินเชื่อรวมของระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัวร้อยละ 1.2 ในไตรมาสแรกของปี 2567 ชะลอลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากอุปสงค์สินเชื่อที่อ่อนแรงและการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร

นางสาวสุวรรณีกล่าวเพิ่มเติมว่า “คณะกรรมการฯ พร้อมที่จะดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และจะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจโลกและในประเทศอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ การประชุมครั้งต่อไปของ กนง. จะมีขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคม 2567 โดยตลาดจะจับตาสัญญาณการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในอนาคต