10 ที่เที่ยวระนอง 2569 ครบทั้งภูเขา ทะเล น้ำพุร้อน เที่ยวสนุกทุกฤดู
10 ที่เที่ยวระนอง 2569 ภูเขา ทะเล น้ำพุร้อน เที่ยวสนุกทุกฤดู

ระนอง เมืองรองแห่งความสุขที่ครบเครื่องที่สุดของภาคใต้ จังหวัดระนองได้รับสมญานามว่า "เมืองฝนแปด แดดสี่" เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ถูกขนาบด้วยทะเลอันดามันและเทือกเขาตะนาวศรี ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก ในปี 2569 นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ผลักดันให้ระนองเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับแนวหน้าของประเทศ หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแช่น้ำแร่ธรรมชาติเพื่อสุขภาพ การปีนเขาชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นในทะเลที่ยังคงความบริสุทธิ์ ระนองคือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด และนี่คือ 10 พิกัดสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดระนอง อัปเดตปี 2569 ที่ PPTV HD 36 คัดสรรมาให้คุณแล้วแบบเจาะลึกทุกมิติ

1. บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน

เริ่มต้นทริปด้วยสัญลักษณ์อันดับหนึ่งของจังหวัดระนอง "บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน" ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะรักษะวาริน ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งน้ำพุร้อนธรรมดา แต่เป็นมรดกทางธรรมชาติที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสุขภาพอย่างประเมินค่าไม่ได้

ประวัติศาสตร์และข้อเท็จจริง

อ้างอิงจากข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณี บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมีอุณหภูมิผิวน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 65 องศาเซลเซียส จุดเด่นที่ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงระดับโลกคือ เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งในโลกที่ "ไม่มีสารกำมะถันเจือปน" ทำให้ไม่มีกลิ่นฉุนและสามารถใช้ดื่มกินหรืออาบได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้เสด็จประพาสเมืองระนองและพระราชทานนามถนนสายที่ตัดผ่านบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ว่า "ถนนชลระอุ"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ไฮไลต์เด็ดปี 2569

ปัจจุบันมีการปรับปรุงภูมิทัศน์อย่างสวยงาม มีบ่อแช่น้ำร้อนสาธารณะที่เปิดให้บริการฟรี แบ่งเป็นบ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก รวมถึงโซน "ลานดินสปา" ที่นักท่องเที่ยวสามารถนอนให้ความร้อนจากใต้พื้นดินช่วยคลายกล้ามเนื้อ บำบัดอาการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดี

คำแนะนำการเดินทาง

ตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดระนองเพียง 2 กิโลเมตร สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวมาจอดบริเวณลานจอดรถของสวนสาธารณะได้เลย เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00 - 21.00 น.

2. ภูเขาหญ้า

ภูเขาหญ้า หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า "เขาหัวล้าน" เป็นภูเขาที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเลยแม้แต่ต้นเดียว มีเพียงหญ้าคาและหญ้าพงขึ้นปกคลุมทั่วทั้งภูเขา ถือเป็นความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่เกิดจากสภาพดินและชั้นหินที่ไม่อุ้มน้ำ ทำให้ต้นไม้ใหญ่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้

ความงดงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล

เสน่ห์ของภูเขาหญ้าคือการเปลี่ยนสีสันตามฤดูกาล หากคุณมาเยือนในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม - ตุลาคม) ภูเขาทั้งลูกจะกลายเป็นสีเขียวขจีราวกับทุ่งหญ้าในสวิตเซอร์แลนด์ แต่หากมาเยือนในช่วงฤดูแล้ง (พฤศจิกายน - เมษายน) ทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม เมื่อกระทบกับแสงแดดยามเย็นจะเกิดเป็นภาพที่งดงามเกินบรรยาย

ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด

การเดินขึ้นไปตามสันเขาเพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ลมหนาวพัดอ่อนๆ ทำให้การถ่ายภาพ Portrait ออกมาสวยงามอย่างมาก แนะนำให้เตรียมร่มหรือหมวกไปด้วยเนื่องจากไม่มีร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ที่ตั้งริมถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) ตำบลหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง

3. เกาะพยาม

"มัลดีฟส์เมืองไทย" คือฉายาที่เกาะพยามได้รับมาอย่างยาวนานและยังคงความจริงแท้จนถึงปี 2569 เกาะพยามตั้งอยู่ในทะเลฝั่งอันดามัน เป็นเกาะขนาดใหญ่รองจากเกาะช้าง มีพื้นที่ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร ความน่าสนใจของเกาะพยามคือวิถีชีวิตที่เน้นความเรียบง่าย ไม่มีรถยนต์พลุกพล่าน (ส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์และจักรยาน) และธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

แหล่งท่องเที่ยวบนเกาะที่สำคัญ

  • อ่าวใหญ่ ชายหาดที่ยาวที่สุดบนเกาะ ทรายมีความละเอียดและแบ่งเป็นสองสีคือสีขาวและสีดำ (เกิดจากแร่ดีบุกในอดีต) คลื่นลมเหมาะสำหรับการเล่นเซิร์ฟ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่
  • อ่าวเขาควาย หาดทรายมีลักษณะโค้งคล้ายเขาควาย น้ำทะเลใสแจ๋ว มีโขดหินรูปทรงแปลกตา และเป็นที่ตั้งของ "หินทะลุ" จุดเช็กอินถ่ายรูปที่พลาดไม่ได้
  • วัดเกาะพยาม โดดเด่นด้วยพระอุโบสถกลางน้ำที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเล เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านบนเกาะ

เศรษฐกิจชุมชน

เกาะพยามยังเป็นแหล่งปลูก "กาหยู" หรือมะม่วงหิมพานต์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ โดยในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี จะมีเทศกาลเก็บเมล็ดกาหยู ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ การเดินทางนั่งเรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ (ท่าเรือเกาะพยาม) ใช้เวลาประมาณ 40-45 นาที ราคาตั๋วประมาณ 350-400 บาทต่อเที่ยว

4. อุทยานแห่งชาติแหลมสน

ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง และอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา มีพื้นที่รวมกว่า 196,875 ไร่ อุทยานแห่งนี้เป็นตัวแทนของระบบนิเวศป่าชายหาดที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

หาดบางเบน

เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ โดดเด่นด้วยทิวต้นสนทะเลที่ทอดตัวยาวเหยียดขนานไปกับแนวชายหาดกว่า 2 กิโลเมตร หาดทรายกว้างขวาง น้ำทะเลตื้นและปลอดภัยสำหรับการลงเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่มองเห็นเกาะต่างๆ เรียงรายอยู่เบื้องหน้าอย่างงดงาม

ความหลากหลายทางชีวภาพ

พื้นที่ป่าชายเลนและป่าพรุในอุทยานแห่งนี้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ อ้างอิงจากงานวิจัยของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่าแหลมสนเป็นถิ่นอาศัยของนกชายเลนอพยพหลากหลายสายพันธุ์ในช่วงฤดูหนาว ข้อควรรู้ ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท มีลานกางเต็นท์และบ้านพักรับรองให้บริการอย่างครบครัน

5. พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)

หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม พระราชวังรัตนรังสรรค์คือจุดแวะพักที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองระนองในอดีต พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในการเสด็จประทับแรมของพระมหากษัตริย์ไทยถึง 3 พระองค์ ได้แก่ รัชกาลที่ 5, รัชกาลที่ 6 และ รัชกาลที่ 7

สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น

อาคารพระราชวังจำลองสร้างด้วยไม้สักและไม้ตะเคียนทองทั้งหลัง เป็นการผสมผสานศิลปะสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกเข้ากับศิลปะแบบประยุกต์ของภาคใต้ โดยแบ่งอาคารออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ อาคารทรงแปดเหลี่ยม (ท้องพระโรง), อาคารประทับแรม และ อาคารบริวาร

แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์

ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การก่อตั้งเมืองระนอง วิถีชีวิตของอดีตเจ้าเมือง (ตระกูล ณ ระนอง) และของใช้ส่วนพระองค์จำลองที่จัดวางอย่างประณีต ช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถจินตนาการถึงภาพเหตุการณ์ในอดีตได้อย่างชัดเจน ที่ตั้งบริเวณเชิงเขารัตนรังสรรค์ (ใกล้กับศาลากลางจังหวัดระนอง) สามารถเดินชมทัศนียภาพรอบๆ พระราชวังที่มีการจัดสวนหย่อมอย่างร่มรื่น

6. ระนองแคนยอน

เปลี่ยนบรรยากาศจากทะเลและน้ำพุร้อน มาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของภูเขาหินและหน้าผาชันที่ "ระนองแคนยอน" หรือเดิมเรียกว่า "บึงมรกต" ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งคา ตำบลหาดส้มแป้น ห่างจากตัวเมืองระนองประมาณ 15 กิโลเมตร

จากเหมืองแร่สู่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นเหมืองแร่ดีบุกแบบฉีด ซึ่งเป็นการใช้น้ำแรงดันสูงฉีดหน้าดินเพื่อชะล้างแร่ เมื่อเวลาผ่านไป การทำเหมืองยุติลง แอ่งดินที่ถูกขุดเจาะลึกลงไปจึงถูกเติมเต็มด้วยน้ำฝนและน้ำซับจากธรรมชาติ ประกอบกับแร่ธาตุในดินทำให้น้ำในสระกลายเป็นสีเขียวมรกตที่ใสสะท้อนเงาของหน้าผาหินปูนและต้นไม้โดยรอบ

กิจกรรมแนะนำ

การให้อาหารปลา ถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตของที่นี่ เนื่องจากในบึงมรกตมีปลาหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่หนาแน่น ทั้งปลาตะเพียน ปลาพลวง และปลาดุก นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ยังมีร้านกาแฟและร้านอาหารท้องถิ่นที่ให้บริการเครื่องดื่มพร้อมวิวหลักล้านให้คุณนั่งชิลได้ตลอดบ่าย

7. น้ำตกปุญญบาล

น้ำตกปุญญบาลเป็นน้ำตกที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในจังหวัดระนอง เนื่องจากตั้งอยู่ติดริมถนนเพชรเกษม (กิโลเมตรที่ 597) ตำบลบางนอน ทำให้นักท่องเที่ยวที่ขับรถผ่านสามารถแวะพักรถและชื่นชมความงามได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินป่าให้เหนื่อย

ลักษณะทางภูมิศาสตร์

น้ำตกปุญญบาลมีต้นกำเนิดจากลำห้วยบางนอน เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีความสูงประมาณ 20 เมตร ไหลลดหลั่นลงมาสู่แอ่งน้ำด้านล่างที่นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย ระบบนิเวศโดยรอบรอบบริเวณน้ำตกมีความร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่าดงดิบชื้น ทางอุทยานฯ ได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติสั้นๆ ระยะทางประมาณ 300 เมตร ให้ผู้สนใจได้เดินชมพรรณไม้หายากและฟังเสียงนกป่าร้องประสานเสียง สิ่งอำนวยความสะดวกมีลานจอดรถกว้างขวาง ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และห้องน้ำสะอาดให้บริการ เหมาะสำหรับการแวะพักระหว่างการเดินทางไปมาระหว่างระนองและชุมพร

8. จุดชมวิวเขาฝาชี

หากคุณกำลังตามหาจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของระนอง "เขาฝาชี" คือพิกัดที่คุณต้องจดลงในลิสต์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น ภูเขาแห่งนี้มีลักษณะคล้ายฝาชีครอบ จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก

ทัศนียภาพสองสายน้ำ

จุดเด่นของเขาฝาชีคือ เป็นจุดที่สามารถมองเห็นแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำกระบุรี และ แม่น้ำละอุ่น ไหลมาบรรจบกันก่อนที่จะไหลออกสู่ทะเลอันดามัน ภาพของลำน้ำที่คดเคี้ยวผ่านผืนป่าชายเลนอันกว้างใหญ่ เมื่อถูกย้อมด้วยแสงสีส้มทองของพระอาทิตย์ยามอัสดง เป็นภาพที่งดงามสะกดสายตาประดุจภาพวาด

ร่องรอยประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2

นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว บริเวณใกล้เคียงเขาฝาชียังเคยเป็นที่ตั้งค่ายทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยยังคงมีซากเรือรบ อุโมงค์ใต้ดิน และทางรถไฟสายคอคอดกระ (ระนอง-ชุมพร) หลงเหลือให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา

9. หมู่เกาะกำ – อ่าวเขาควาย

หมู่เกาะกำ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแหลมสน ถือเป็นอัญมณีเม็ดงามแห่งทะเลระนองที่ยังไม่บอบช้ำจากการท่องเที่ยวมากนัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและดำดิ่งสู่ความเงียบสงบอย่างแท้จริง

ความมหัศจรรย์ของอ่าวเขาควาย (เกาะกำตก)

ไฮไลต์สูงสุดของการมาเยือนหมู่เกาะกำคือ "อ่าวเขาควาย" บนเกาะกำตก ซึ่งมีลักษณะเป็นสันทรายสีขาวสะอาดตาที่ทอดตัวโค้งเข้าหากันคล้ายรูปเขาควาย บริเวณนี้เป็นจุดเล่นน้ำที่ปลอดภัยและมีแนวต้นสนที่ให้ร่มเงาตลอดแนวชายหาด

เกาะค้างคาว และ เกาะญี่ปุ่น

โปรแกรมทัวร์หมู่เกาะกำมักจะรวมการดำน้ำตื้นที่ "เกาะค้างคาว" ซึ่งมีปะการังน้ำตื้นและฝูงปลาการ์ตูนให้ชมอย่างจุใจ ส่วน "เกาะญี่ปุ่น" ในอดีตเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ของทหารญี่ปุ่น ปัจจุบันเป็นเกาะที่โดดเด่นด้วยทรายสีขาวละเอียดราวกับผงแป้ง การเดินทางปี 2569 สามารถเช่าเหมาเรือหางยาวของชาวบ้านจากท่าเรือหาดบางเบน (อุทยานแห่งชาติแหลมสน) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที แนะนำให้เดินทางในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นลมสงบและน้ำทะเลใสที่สุด

10. วัดบ้านหงาว

ปิดท้ายทริประนองกันที่ "วัดบ้านหงาว" สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควบรวมความงามทางสถาปัตยกรรม พุทธศิลป์ และทัศนียภาพทางธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งอยู่ที่ตำบลหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง

หลวงพ่อดีบุก (พระติปุกะพุทธมหาศิริยะวะตี)

ภายในพระอุโบสถ 2 ชั้นที่งดงาม เป็นที่ประดิษฐานของ "หลวงพ่อดีบุก" พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่หล่อขึ้นจากแร่ดีบุกบริสุทธิ์ สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของจังหวัดระนองที่เคยเป็นเมืองแห่งเหมืองแร่ดีบุกที่สำคัญของโลก

บันได 300 ขั้นสู่ยอดเขาภูทอก

สำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกายและชอบท้าทายความสูง ด้านหลังวัดมีภูเขาขนาดเล็กที่เรียกว่า "เขาภูทอก" โดยมีบันไดคอนกรีตทอดยาวกว่า 300 ขั้นให้เดินขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขา พร้อมชมวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา ที่มองเห็นทั้งภูเขาหญ้า ทะเลอันดามัน และตัวเมืองระนองได้อย่างชัดเจน

วังมัจฉาและน้ำตกหงาว

ด้านหน้าวัดมีสระน้ำขนาดใหญ่หรือ "วังมัจฉา" ที่นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้อย่างเพลิดเพลิน และในช่วงฤดูฝน หากมองไปที่ภูเขาฝั่งตรงข้าม จะสามารถมองเห็นสายน้ำตกจาก "น้ำตกหงาว" ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนเสมอ