พม่าตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีน 2 ล้านคนในปี 2568 หลังยกเว้นวีซ่า
พม่าตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีน 2 ล้านคนในปี 2568

เมียนมาประกาศเป้าหมายอันทะเยอทะยานในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีนให้ได้ถึง 2 ล้านคนในปี พ.ศ. 2568 หลังจากที่ได้ดำเนินนโยบายยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและอีกหลายสัญชาติ หวังฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ซบเซามานานจากผลกระทบของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศ

นโยบายยกเว้นวีซ่าเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

รัฐบาลเมียนมาได้เริ่มใช้นโยบายยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจากจีนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 โดยอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศได้นานสูงสุด 30 วัน เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดใหญ่ที่สุดของโลก นอกจากนี้ ยังได้ขยายการยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของตลาดนักท่องเที่ยว

เป้าหมายการท่องเที่ยวในปี 2568

นายกรัฐมนตรีเมียนมาได้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าที่จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 5 ล้านคนในปี 2568 โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีน 2 ล้านคน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้วางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว เช่น การปรับปรุงสนามบินนานาชาติ การสร้างโรงแรมและรีสอร์ทใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ความท้าทายและอุปสรรค

แม้รัฐบาลเมียนมาจะมีความหวังสูงในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศที่ยังคงดำเนินอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง ก็เป็นอีกปัจจัยที่เมียนมาต้องเผชิญ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเมียนมามั่นใจว่ามรดกทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามจะเป็นจุดขายที่สำคัญ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเมียนมา

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่สำคัญของเศรษฐกิจเมียนมา ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 เมียนมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 4.4 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้กว่า 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อและการว่างงาน

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวยังช่วยสร้างงานในท้องถิ่น โดยเฉพาะในธุรกิจบริการ โรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่ง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และพุกาม

กลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงการท่องเที่ยวเมียนมาได้ร่วมมือกับภาคเอกชนและพันธมิตรระหว่างประเทศในการจัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวในตลาดจีน โดยเน้นการโปรโมตผ่านสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ยอดนิยมของจีน เช่น WeChat และ Ctrip

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมโรดโชว์ในเมืองใหญ่ของจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว เพื่อนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเมียนมาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมถึงการเจรจากับสายการบินเพื่อเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างจีนและเมียนมา

การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่

รัฐบาลเมียนมาได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวหลัก โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ชนบท

ตัวอย่างเช่น การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในรัฐฉานและรัฐกะยา ซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงามและวิถีชีวิตของชนเผ่าต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงการฟื้นฟูวัดวาอารามและโบราณสถานในเมืองโบราณอย่างพุกาม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์และศาสนา

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เช่น การเดินป่า การปั่นจักรยาน และการดำน้ำ ตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของเมียนมา

รัฐบาลเมียนมาเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและการดำเนินนโยบายที่เหมาะสม เป้าหมายการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน 2 ล้านคนในปี 2568 จะเป็นจริงได้ และจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน