ศูนย์วิจัยกรุงไทย คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ร้อยละ 1.2 โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนพลังงานและอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังฟื้นตัวช้า
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อ
นายพชรพรรษ สิรินธรวิสิฐ ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิจัยกรุงไทย เปิดเผยว่า การคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงแรงกดดันด้านอุปทานจากราคาพลังงานโลกและต้นทุนการผลิตในประเทศที่ยังคงสูง รวมถึงนโยบายภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า โดยเฉพาะมาตรการตรึงราคาสินค้าบางรายการที่กำลังจะสิ้นสุดลง
ศูนย์วิจัยกรุงไทยระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวได้ในกรอบร้อยละ 3.0-3.5 โดยได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ทยอยฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ผลกระทบต่อผู้บริโภคและธุรกิจ
การคาดการณ์เงินเฟ้อที่ร้อยละ 1.2 นี้ สะท้อนว่าผู้บริโภคจะยังคงเผชิญกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีน้ำหนักมากในตะกร้าเงินเฟ้อ ขณะที่ธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องปรับราคาสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไร
ศูนย์วิจัยกรุงไทย แนะนำให้ภาครัฐติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานและอาหารอย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น
แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย
ด้านนโยบายการเงิน ศูนย์วิจัยกรุงไทยมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.00 ตลอดทั้งปี 2569 เนื่องจากเงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายและเศรษฐกิจยังต้องได้รับการสนับสนุน อย่างไรก็ตาม หากเงินเฟ้อปรับตัวสูงกว่าคาด อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคา



