ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ได้เห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือใน 4 สาขาอาชีพใหม่ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้แรงงานฝีมือได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรม อีกทั้งยังเป็นการจูงใจให้แรงงานพัฒนาทักษะความสามารถของตนเองให้เป็นที่ยอมรับในตลาดแรงงาน รวมถึงเพิ่มหลักประกันรายได้ที่มั่นคง และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศโดยรวม
รายละเอียดอัตราค่าจ้าง 4 สาขาอาชีพ
การกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือในครั้งนี้ครอบคลุม 4 สาขาอาชีพหลัก ซึ่งล้วนเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. สาขาช่างเชื่อมฟลักซ์คอร์
ช่างเชื่อมฟลักซ์คอร์คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ลวดเชื่อมแบบมีน้ำยาในตัว (ไส้ฟลักซ์) ซึ่งเมื่อได้รับความร้อน น้ำยาจะละลายออกมาคลุมแนวเชื่อมแทนการใช้แก๊สจากถัง ทำให้สามารถทำงานเชื่อมกลางแจ้งที่มีลมแรงได้ดี เหมาะสำหรับงานโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่และงานสนามกลางแจ้ง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือกำหนดไว้ดังนี้
- ระดับ 1: 550 บาทต่อวัน
- ระดับ 2: 650 บาทต่อวัน
2. สาขาช่างเชื่อมมิก
ช่างเชื่อมมิกคือผู้ที่มีความชำนาญในการใช้กระบวนการเชื่อมแบบอาร์คด้วยโลหะภายใต้แก๊สปกคลุม โดยต้องใช้แก๊สเฉื่อย เช่น อาร์กอน จากถังภายนอกพ่นคลุมแนวเชื่อมเพื่อป้องกันอากาศเข้าแทรกซึม เหมาะสำหรับงานเชื่อมโลหะแผ่นบางและงานประกอบรถยนต์ อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือกำหนดไว้ดังนี้
- ระดับ 1: 550 บาทต่อวัน
- ระดับ 2: 650 บาทต่อวัน
3. สาขาช่างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบไม่เชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Off Grid System)
ช่างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบ Off Grid คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่นำไปใช้งานโดยตรงหรือเก็บสำรองไว้ในแบตเตอรี่เพื่อใช้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดด เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ระบบสายส่งไฟฟ้าเข้าไม่ถึง หรือผู้ที่ต้องการสำรองไฟฟ้าใช้เอง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือระดับ 1 กำหนดไว้ที่ 560 บาทต่อวัน
4. สาขาช่างบำรุงรักษาหุ่นยนต์อุตสาหกรรม
ช่างบำรุงรักษาหุ่นยนต์คือผู้ที่มีความชำนาญในการดูแลรักษาและซ่อมแซมหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ทั้งในส่วนของระบบกลไก ข้อต่อ ระบบควบคุม และเซนเซอร์ เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถทำงานในสายการผลิตได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือระดับ 1 กำหนดไว้ที่ 630 บาทต่อวัน
ระยะเวลาบังคับใช้
การกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือในครั้งนี้จะมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป



