ต้นทุนเงียบจากก๊าซธรรมชาติที่แอบดูดเงินในกระเป๋าคุณผ่านค่าครองชีพ
ต้นทุนเงียบจากก๊าซธรรมชาติที่แอบดูดเงินในกระเป๋า

ในทุกๆ วันตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงหลังเลิกงาน การเปิดไฟ อาบน้ำอุ่น ชงกาแฟ เดินทางไปทำงาน แวะซื้ออาหาร เปิดแอร์ในออฟฟิศ ก่อนกลับบ้านมาทำอาหารและพักผ่อน สิ่งเหล่านี้ที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงชีวิตประจำวันทั่วไป ล้วนมีต้นทุนเงียบที่ดึงเงินให้ไหลออกจากกระเป๋าคุณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สงครามตะวันออกกลางสะเทือนถึงราคาพลังงาน

สงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นอีกซีกโลก แต่สะเทือนมาถึงตัวเรา คือราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น Bnomics หาคำตอบ ต้นทุนเงียบจากก๊าซธรรมชาติที่เอาเงินออกจากกระเป๋าสูงขึ้นผ่านเงินเฟ้อ จุดเริ่มต้นผ่านต้นทุนเงียบ ซึ่งก่อนหน้านี้เราอาจพูดถึงราคาน้ำมัน แต่มีอีกอย่างที่กระทบกับเราไม่แพ้กัน คือก๊าซธรรมชาติ เผลอๆ อาจกระทบมากกว่าด้วย

ไทยเอาก๊าซธรรมชาติมาจากไหน

ปัจจุบัน ไทยยังสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติได้เองประมาณครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ภายในประเทศ โดยมีแหล่งผลิตสำคัญในอ่าวไทย เช่น แหล่งเอราวัณ บงกช และพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย (JDA) อย่างไรก็ตาม อุปสงค์พลังงานที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของแหล่งก๊าซเดิม ทำให้ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศเพิ่มเติม ทั้งในรูปแบบก๊าซทางท่อและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

5 แหล่งนำเข้าก๊าซสำคัญ

ในปี 2568 ไทยนำเข้าก๊าซมูลค่า 8,299.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากหลายประเทศสำคัญ เช่น เมียนมา (18.8%) กาตาร์ (17.8%) ออสเตรเลีย (14.1%) สหรัฐฯ (13.7%) และมาเลเซีย (10.6%) ทำให้ต้นทุนพลังงานของไทยมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของตลาดโลกมากกว่าที่หลายคนคิด

ต้นทุนเงียบจากก๊าซธรรมชาติ

Bnomics โดยธนาคารกรุงเทพ ได้อธิบายถึงผลกระทบของก๊าซธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ก๊าซมีเทน (Methane): จุดเริ่มต้นของไฟฟ้าและต้นทุนอาหาร

องค์ประกอบหลักของก๊าซธรรมชาติคือก๊าซมีเทน (Methane) ซึ่งถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงสำคัญในโรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม และระบบขนส่งบางประเภทผ่านเชื้อเพลิง CNG และ LNG นอกจากนี้ Methane ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแอมโมเนียและยูเรีย ซึ่งเป็นฐานของปุ๋ยเคมีที่ใช้ในภาคเกษตร เมื่อราคาก๊าซปรับเพิ่ม ต้นทุนการผลิตไฟฟ้า การเดินทาง และการผลิตอาหารจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจไม่เห็นทันที แต่ค่อยๆ สะท้อนผ่านค่าครองชีพของประชาชน

ก๊าซอีเทน (Ethane): วัตถุดิบของอุตสาหกรรมพลาสติก

ก๊าซอีเทน (Ethane) เป็นตัวต้นเรื่องของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้น ใช้ในการผลิตเม็ดพลาสติกและเส้นใยสังเคราะห์ ก่อนจะกลายเป็นสิ่งของธรรมดาที่หยิบใช้ทุกวัน เช่น ขวดน้ำ บรรจุภัณฑ์ เสื้อผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก ผ่านต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิต

ก๊าซโพรเพน (Propane) / บิวเทน (Butane): พลังงานในครัวเรือนและร้านอาหาร

ก๊าซโพรเพน (Propane) และบิวเทน (Butane) จะถูกนำมาผสมเพื่อผลิตก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG ซึ่งเป็นแก๊สหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือน ร้านอาหาร และธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก เมื่อราคาก๊าซเพิ่มขึ้น ต้นทุนร้านอาหารและผู้ประกอบการขนาดเล็กมักได้รับผลกระทบโดยตรง ก่อนจะสะท้อนต่อไปยังราคาอาหารและบริการในชีวิตประจำวัน

ของเหลวจากก๊าซธรรมชาติ: วัตถุดิบของอุตสาหกรรมเคมี

ของเหลวจากก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Liquids: NGL) เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ถูกแยกออกมาจากก๊าซธรรมชาติ และถูกใช้ต่อในอุตสาหกรรมเคมี พลาสติก สี วัสดุสังเคราะห์ และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอีกจำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงของราคาก๊าซและวัตถุดิบไฮโดรคาร์บอนจึงสามารถส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมได้ในวงกว้าง แม้ผู้บริโภคอาจไม่สังเกตเห็นโดยตรง

Condensate: จุดเริ่มต้นของต้นทุนการขนส่ง

Condensate คือ ของเหลวไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากกระบวนการผลิตก๊าซธรรมชาติ และสามารถนำไปกลั่นเป็นเชื้อเพลิง เช่น เบนซินและดีเซล เชื้อเพลิงเหล่านี้เป็นต้นทุนสำคัญของระบบโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า ดังนั้นเมื่อราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการขนส่งก็มักเพิ่มขึ้นตาม และส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจ

พลังงานที่เชื่อมโยงกับค่าครองชีพของทุกคน

ก๊าซธรรมชาติอาจเป็นพลังงานที่ผู้คนไม่ค่อยนึกถึงในชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริง มันคือหนึ่งในรากฐานสำคัญของต้นทุนทางเศรษฐกิจ เมื่อราคาก๊าซเปลี่ยนแปลง ผลกระทบจะค่อยๆ กระจายผ่านค่าไฟฟ้า อาหาร พลาสติก การขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก ท้ายที่สุด สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้มีเพียงต้นทุนของธุรกิจ แต่รวมถึงค่าครองชีพทั้งระบบ และนี่คือหนึ่งในกลไกสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า เงินเฟ้อจากพลังงาน