ผู้สูงอายุไทยเสี่ยงติดเกมหนัก เสี่ยงโรคซึมเศร้า
ผลวิจัยล่าสุดจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เผยให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงว่า ผู้สูงอายุในประเทศไทยกำลังเสี่ยงต่อการติดเกมมากขึ้น โดยเฉพาะเกมบนมือถือ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า และภาวะเหงา
งานวิจัยดังกล่าวได้ทำการศึกษาพฤติกรรมการเล่นเกมของผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 1,200 คน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่าร้อยละ 25 ของผู้สูงอายุเล่นเกมเป็นประจำทุกวัน โดยเกมที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ เกมปริศนา เกมไพ่ และเกมทำฟาร์ม
ดร.สมชาย เกียรติกุล นักวิจัยหลักของโครงการ กล่าวว่า “ผู้สูงอายุจำนวนมากหันมาเล่นเกมเพื่อฆ่าเวลาและคลายเหงา แต่เมื่อเล่นมากเกินไปก็อาจกลายเป็นการเสพติด ส่งผลให้ละเลยกิจกรรมทางสังคมและการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า”
นอกจากนี้ การเล่นเกมเป็นเวลานานยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย เช่น ปัญหาสายตา ปวดคอ ปวดไหล่ และอาการมือชา ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุที่เล่นเกมมือถือ
ข้อเสนอแนะในการป้องกัน
- ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมทางสังคมและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- กำหนดเวลาเล่นเกมที่เหมาะสม ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน
- เลือกเกมที่ช่วยฝึกสมองและไม่รุนแรง
- ครอบครัวควรมีส่วนร่วมในการสังเกตพฤติกรรมและให้กำลังใจ
ด้านนายแพทย์อุดม ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ กล่าวเสริมว่า “การเล่นเกมไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป หากเล่นอย่างมีสติและรู้จักควบคุมเวลา แต่หากพบว่าผู้สูงอายุมีอาการซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย หรือแยกตัวจากสังคม ควรรีบปรึกษาแพทย์”
ทั้งนี้ สวรส. จะนำผลวิจัยไปเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาจัดทำแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการติดเกมในผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบต่อไป



