กกร. ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 เหลือ 1.2-1.6% หวั่นเงินเฟ้อพุ่งจากราคาน้ำมันแพง
กกร.หั่นคาดการณ์ GDP ปีนี้ เหลือ 1.2-1.6%

กกร. ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 เหลือ 1.2-1.6% หวั่นเงินเฟ้อพุ่งจากราคาน้ำมันแพง

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สำหรับปี 2569 ลงเหลือเพียง 1.2-1.6% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.6-2% โดยมีสาเหตุหลักจากแรงกดดันด้านราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

เงินเฟ้อเร่งตัวและความเสี่ยงจากภาวะ Stagflation

เงินเฟ้อคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2-3% จากเดิมที่คาดไว้เพียง 0.2-0.7% ขณะที่การส่งออกยังคงติดลบอยู่ในช่วง -1.5% ถึง -0.5% ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจชะลอตัวร่วมกับเงินเฟ้อสูง ซึ่งอาจกระทบการจ้างงานและความเชื่อมั่นของภาคเอกชน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธาน กกร. เปิดเผยว่า "เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด รวมถึงค่าครองชีพที่พุ่งขึ้น ซึ่งอาจทำให้การบริโภคและความเชื่อมั่นลดลง"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อภาคการผลิตและนักท่องเที่ยว

ภาคการผลิตจำเป็นต้องเร่งบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานที่อาจขาดแคลนสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไปประมาณ 1 ล้านคนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากข้อจำกัดการเดินทางจากวิกฤตพลังงาน

กกร. เสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเฉพาะกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงควบคุมไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา พร้อมทั้งออกมาตรการลดต้นทุนค่าขนส่งเพื่อให้ผู้ประกอบการคงราคาสินค้าได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มุมมองจากนักวิเคราะห์การลงทุน

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยว่า ผลสำรวจจากนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน 25 แห่ง ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตเฉลี่ย 1.72% โดยมีปัจจัยบวกหลักจากการเมืองในประเทศและทิศทางเงินทุนต่างชาติไหลเข้า

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบสำคัญได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิหร่าน และอิสราเอล (92%) ราคาน้ำมัน (84%) การลดมาตรการ QE (72%) และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว (60%) ตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,310-1,570 จุด โดยมีโอกาสปิดสิ้นปีที่ระดับ 1,516 จุด

ในภาพรวม กกร. เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับแรงกระแทก สู่ความยืดหยุ่นอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในมิติความมั่นคงและการลดต้นทุนพลังงาน