ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายในวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ปรับตัวลดลง 2.43 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.17 มาอยู่ที่ระดับ 1,410.20 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 47,234.15 ล้านบาท
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับตัวลดลง
นายกรกฤช พิพัฒน์ธนวงศ์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การปรับตัวลดลงของดัชนีในวันนี้เป็นไปตามแรงขายทำกำไรของนักลงทุน หลังจากที่ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงซื้อหนาแน่น
นอกจากนี้ ตลาดยังอยู่ในช่วงของการรอคอยปัจจัยใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ในสัปดาห์หน้า รวมถึงการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ภาพรวมการซื้อขายรายกลุ่ม
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดในวันนี้ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มพลังงาน และกลุ่มสื่อสาร โดยมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มเทคโนโลยี
สำหรับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในวันนี้ ได้แก่ บมจ.ปตท. (PTT) บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และบมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
แนวโน้มตลาดในระยะต่อไป
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังคงมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในกรอบ โดยมีแนวรับที่ 1,400 จุด และแนวต้านที่ 1,420 จุด ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามปัจจัยสำคัญในต่างประเทศ โดยเฉพาะการประชุมเฟดและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังคงขยายตัวได้ดี รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ



