บล.เอเซีย พลัส ชูกลยุทธ์ De-Risking รับหุ้นไทยซึมยาว หลังเจรจาอิหร่านเปราะบาง
บล.เอเซีย พลัส ชู De-Risking รับหุ้นไทยซึม หลังเจรจาอิหร่านเปราะบาง

ตลาดเผชิญความเสี่ยงซ้อนจากภูมิรัฐศาสตร์และบอนด์ยีลด์

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่าตลาดการลงทุนกำลังเผชิญกับความเสี่ยงซ้อนความเสี่ยง ทั้งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (War Risk) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น (Yield Risk) โดยสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาอยู่ในโหมด "เปราะบาง" อีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้เพียง 3 วัน ตลาดจะตอบรับเชิงบวกต่อข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว

ล่าสุด ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอีกครั้งหากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ยังคงเดินหน้าโจมตีอิสราเอล ความตึงเครียดนี้ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีสัญญาณชะงักงัน และทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกกลับมาผันผวนสูง โดยตลาดจับตาผลการเจรจารอบใหม่ที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันนี้อย่างใกล้ชิด

เงินเฟ้อสหรัฐฯ กดดัน FED ดันบอนด์ยีลด์พุ่ง

ผลพวงจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ได้กลับมากดดันให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อระลอกใหม่ปะทุขึ้น ตลาดคาดการณ์ว่าดัชนีเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 จะพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ระดับ +4.1% YoY ปัจจัยนี้กดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีพื้นที่จำกัดในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield) พุ่งขึ้น 6 bps. มาทำจุดสูงสุดในรอบสัปดาห์ที่ 4.52%

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สำหรับเศรษฐกิจไทย ฝ่ายวิจัยประเมินว่าในปี 2569 จะเติบโตค่อนข้างช้า โดยมีค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1.6% ซึ่งต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ที่น่ากังวลคือสัญญาณเศรษฐกิจในไตรมาส 2/2569 หดตัวลง (Real GDP -0.6% QoQ) สาเหตุหลักจากปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันแตะระดับ 3.1% YoY (จากเดิมที่ติดลบในไตรมาส 1) ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ และดันให้ Bond Yield 10 ปีของไทยทรงตัวในระดับสูงที่ 2.10%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

รัฐเร่งเครื่อง กรอ. และเปิดตัว 'Thailand Fast Pass'

ภาครัฐและเอกชนได้เร่งหาทางออก โดยมีเหตุการณ์สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ วันที่ 22 มิถุนายน 2569 การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) นัดแรกเพื่อ "รีเซ็ตเศรษฐกิจ" ผ่าน 4 คณะทำงานย่อย ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน, การแข่งขัน, กฎหมายธุรกิจ และแรงงาน วันที่ 23 มิถุนายน 2569 การเปิดตัวโครงการ "Thailand Fast Pass" อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจ และวันที่ 24 มิถุนายน 2569 การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% และรอลุ้นว่าจะมีการปรับทบทวนเป้าหมาย GDP ของปีนี้ใหม่หรือไม่

กลยุทธ์ De-Risking Mode รับหุ้นไทยซึมยาว

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าตลาดหุ้นไทย (SET Index) เผชิญกับความอ่อนแอ โดยปรับตัวลดลง 5 วันติดต่อกัน พร้อมกับมีกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลออกสุทธิราว 500 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อในประเทศยังไม่เพียงพอ และมีความเสี่ยงถูกกดดันต่อหากตลาดโลกเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ "DE-RISKING MODE" โดยลดความผันผวน (Beta) ของพอร์ต และเน้นเพิ่มน้ำหนักในหุ้นคุณภาพสูง แบ่งเป็น 3 ธีมหลัก ได้แก่ Defensive & Quality (หุ้นคุณภาพสูง รายได้ค่อนข้างมั่นคง) เช่น BDMS, BH, ADVANC, TRUE และ CPALL, High Yield/Strong Balance Sheet (หุ้นปันผลดี ฐานะการเงินแข็งแกร่ง) เช่น KTB, BBL, BLA และ TTB, และ Energy Hedge (กลุ่มพลังงาน ใช้ป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน) เช่น PTTEP, PTTGC, BCP และ IVL โดยกำหนดให้หุ้น PTTEP, BLA และ IVL เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน

สำหรับการลงทุนต่างประเทศ แนะนำจับตาผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของ Micron Technology (MU US) ในวันพุธนี้ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตถึง +280% YoY และกำไรสุทธิโต +974% YoY หนุนจากราคาชิปหน่วยความจำ หากออกมาดีกว่าคาดจะเป็นบวกต่อกลุ่ม Memory แนะนำเก็งกำไรผ่าน DR ได้แก่ SNDK23, KIOXIA23, SEAGATE23 และ ASEMI24 นอกจากนี้ หุ้น Marvell Technology (MRVL US) จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี S&P 500 วันนี้ หากมีแรงขายทำกำไรระยะสั้น (Sell on Fact) ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นโอกาสดีในการทยอยสะสม DR: MRVL03 เนื่องจากบริษัทอยู่ในกลุ่ม Photonics ที่มีอัตราเติบโตสูงในอนาคต สำหรับหุ้น Global Gem แนะนำ PETROCN80 และ OIL03