ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 22 มิถุนายน 2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.91 จุด หรือ 0.12% มาอยู่ที่ 1,543.68 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 47,291 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1,907 ล้านบาท หลังจากที่ขายสุทธิไปก่อนหน้านี้
ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้จากแรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงานและธนาคาร หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย
นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ
สำหรับความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติในวันนี้ พบว่ามีการซื้อสุทธิ 1,907 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนีให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต่างชาติขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เริ่มกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น
นายวีระวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ประกอบกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟดที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม หากปัจจัยภายในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลที่ลงตัว คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
ภาพรวมการซื้อขายรายกลุ่ม
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในวันนี้ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.85% กลุ่มธนาคาร เพิ่มขึ้น 0.62% และกลุ่มปิโตรเคมี เพิ่มขึ้น 0.45% ขณะที่กลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มสื่อสาร ลดลง 0.78% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ลดลง 0.55% และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ลดลง 0.32%
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
นักวิเคราะห์แนะนำให้ติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนกรกฎาคมนี้ รวมถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลของไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป



