ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (5 ก.ค.) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.47 จุด หรือ 0.16% มาอยู่ที่ 1,543.27 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 62,451 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้งเป็นมูลค่า 1,100 ล้านบาท ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนคึกคัก
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวขึ้นแรง หลังจากทางการจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ปัจจัยหนุนจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมครั้งต่อไป หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย
หุ้นที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนดัชนีวันนี้ ได้แก่ หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะ PTTEP ที่ปรับตัวขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.8% มาอยู่ที่ 82.50 บาท และ KBANK ที่เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 1.1% มาอยู่ที่ 118.50 บาท
แนวโน้มระยะสั้น
นายกรภัทร กล่าวว่า แนวโน้มระยะสั้นของตลาดหุ้นไทยยังคงสดใส โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น รวมถึงการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะต่อไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นายกรภัทร แนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์



