ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (14 มิ.ย.) ที่ระดับ 1,302.05 จุด เพิ่มขึ้น 0.05 จุด หรือ 0.004% มูลค่าการซื้อขาย 43,721 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 1,298-1,305 จุด นักลงทุนเก็งกำไรหุ้นรายตัว ขณะที่กังวลนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
บรรยากาศการซื้อขาย
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ โดยมีแรงซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่บางตัว แต่นักลงทุนยังรอดูปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่ หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ปรับตัวลง เนื่องจากกังวลเรื่องหนี้เสีย
ปัจจัยกดดัน
ปัจจัยกดดันตลาดยังคงเป็นความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก โดยเฉพาะท่าทีของทรัมป์ที่อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติม ซึ่งจะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค รวมถึงไทยที่พึ่งพาการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ถ้อยแถลงของประธานเฟดจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย
แนวโน้มระยะสั้น
นายกรภัทร กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยระยะสั้นยังผันผวน โดยมีแนวรับที่ 1,290 จุด และแนวต้านที่ 1,310 จุด แนะนำนักลงทุนเลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแรงและได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ปัจจัยในประเทศยังมีแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ



