ตลาดหุ้นไทยปิดปรับตัวลดลง 12.87 จุด หรือ 0.93% มาอยู่ที่ 1,367.96 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,336.31 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน ทำจุดต่ำสุด 1,365.96 จุด และจุดสูงสุด 1,380.60 จุด นักวิเคราะห์ชี้ว่าการปรับตัวลงของหุ้นไทยสอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคและตลาดหุ้นสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้อสหรัฐจะยังคงสูง ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง
ปัจจัยกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐ
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด กล่าวว่า "ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลงแรงจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังสูง ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวขึ้น และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า". เขากล่าวเพิ่มเติมว่า "นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐ".
นายวีระวัฒน์ ระบุว่า นักลงทุนกำลังรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ตลาดผันผวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเฟดอาจคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ นายวีระวัฒน์ คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยมีแนวรับที่ 1,365 จุด และแนวต้านที่ 1,380 จุด ปัจจัยที่ต้องติดตามคือทิศทางเงินทุนต่างชาติและพัฒนาการของเศรษฐกิจสหรัฐ
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นอาจกดดันต้นทุนการผลิตและอัตราเงินเฟ้อในประเทศ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตา โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพาพลังงานสูง
หุ้นที่มีผลกระทบ
หุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานปรับตัวลงตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่หุ้นกลุ่มส่งออกได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนติดตามผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนตลาดในระยะสั้น



