ฮอนด้าเปิดแผนธุรกิจ 2026 ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ลุยไฮบริดทั่วโลก 15 รุ่นในปี 2030
ฮอนด้าเปิดแผนธุรกิจ 2026 ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ลุยไฮบริด 15 รุ่น

ฮอนด้าเปิดแผนธุรกิจ 2026 รีเซ็ตธุรกิจรถยนต์ครั้งใหญ่

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2026 โดยมีการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ครั้งใหญ่ พร้อมเดินหน้าขยายตลาดรถยนต์ไฮบริดทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเปิดตัวไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ถึง 15 รุ่นภายในปี 2030 นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี ADAS และ AI ควบคู่กับการลงทุนด้านซอฟต์แวร์

นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และ Global CEO ของฮอนด้า กล่าวเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ว่า การดำเนินงานของฮอนด้าในอนาคตจะมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์และทิศทางธุรกิจ โดยมี 5 ประเด็นสำคัญดังนี้

1. แนวทางการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ฮอนด้ามุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในหลายด้าน ทั้งการปรับโครงสร้างต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพัฒนา และการเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ โดยเน้นการจัดสรรทรัพยากรองค์กรไปยังภูมิภาคที่เป็นตลาดสำคัญ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ฮอนด้าจะให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมตั้งเป้าสร้างกำไรจากการดำเนินงานรวม ซึ่งครอบคลุมธุรกิจรถจักรยานยนต์และบริการทางการเงิน มูลค่ามากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2572

2. แนวทางหลัก 3 ด้านในการดำเนินงาน

2.1 การจัดสรรทรัพยากรองค์กรเชิงกลยุทธ์

ฮอนด้าจะปรับการจัดสรรทรัพยากรทั้งด้านการพัฒนาและการผลิตไปที่รถยนต์ไฮบริด ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการสูงในตลาดปัจจุบัน ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ฮอนด้าจะเริ่มเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อมระบบไฮบริดและแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด โดยมีแผนเปิดตัวรวม 15 รุ่นทั่วโลก ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030 โดยมุ่งเน้นตลาดอเมริกาเหนือ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ในปี 2029 ฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่ในกลุ่ม D-Segment ขึ้นไป พร้อมเผยโฉมรถ Prototype 2 รุ่น ได้แก่ Honda Hybrid Sedan Prototype และ Acura Hybrid SUV Prototype ที่มีแผนเปิดจำหน่ายภายใน 2 ปีข้างหน้า

ฮอนด้าจะปรับลดต้นทุนของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ลงมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับระบบไฮบริดที่เปิดตัวในปี 2023 โดยผสานประสิทธิภาพของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ แพลตฟอร์มเจเนอเรชันใหม่ และระบบขับเคลื่อน AWD แบบไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นใหม่เข้าด้วยกัน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มอัตราการประหยัดน้ำมันดีขึ้นกว่า 10%

ด้านการพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เจเนอเรชันใหม่ ฮอนด้ากำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา โดยมีแผนเปิดตัวในปี 2028 และจะติดตั้งระบบดังกล่าวในรถยนต์มากกว่า 15 รุ่น ภายใน 5 ปี

ฮอนด้าจะจัดสรรกำลังการผลิตของโรงงานในรัฐโอไฮโออย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดเพิ่มขึ้น พร้อมปรับโรงงานในอเมริกาเหนือทั้งหมดให้รองรับการผลิตรถยนต์ไฮบริดได้ สำหรับโรงงานแบตเตอรี่ร่วมทุนระหว่างฮอนด้าและ LG Energy Solution จะปรับบางส่วนของสายการผลิตแบตเตอรี่ EV ไปผลิตแบตเตอรี่สำหรับไฮบริด

นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสำหรับชุดประกอบ รวมถึงชิ้นส่วนมอเตอร์และอินเวอร์เตอร์มากกว่าระดับปัจจุบันถึง 4 เท่า เพื่อรองรับการขยายการผลิตไฮบริด ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนชิ้นส่วน และบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

2.2 การยกระดับความแข็งแกร่งด้านการผลิตอย่างรอบด้าน

ฮอนด้าจะขับเคลื่อนกลยุทธ์ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง การยกระดับประสิทธิภาพด้านการพัฒนา และการวางรากฐานโครงสร้างการผลิตที่มีความยืดหยุ่น

การลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง ฮอนด้าจะปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนทั่วโลกผ่านการทบทวนมาตรฐานเฉพาะและหันมาใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานมากขึ้น พร้อมนำข้อได้เปรียบของผู้ประกอบการท้องถิ่นในจีนและอินเดียมาปรับใช้

การยกระดับประสิทธิภาพด้านการพัฒนา ฮอนด้าจะใช้แนวคิด Triple Half ซึ่งมุ่งลดต้นทุนการพัฒนา ระยะเวลาการพัฒนา และปริมาณภาระงานลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2025 โดยใช้การจำลองสภาพแวดล้อมดิจิทัลและ AI

การวางรากฐานโครงสร้างการผลิตที่มีความยืดหยุ่น ฮอนด้าตั้งเป้ายกระดับประสิทธิภาพการผลิตขึ้นประมาณ 20% ภายใน 5 ปีข้างหน้า

2.3 การใช้ทรัพยากรภายนอกอย่างมีกลยุทธ์

ฮอนด้ามีแผนใช้ทรัพยากรจากภายนอกอย่างยืดหยุ่น รวมถึงการใช้ประโยชน์จากความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของธุรกิจท้องถิ่นในจีนและอินเดีย สำหรับกลยุทธ์ด้านแบตเตอรี่ ฮอนด้าจะยังไม่เน้นการผลิตเองทั้งหมด แต่จะใช้ศักยภาพจากโรงงาน L-H Battery อย่างเต็มที่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการผลิตแบตเตอรี่สำหรับไฮบริด

ฮอนด้าตัดสินใจระงับโครงการสร้างห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรในแคนาดาอย่างไม่มีกำหนด พร้อมทบทวนกลยุทธ์การจัดซื้ออย่างต่อเนื่อง

3. ทิศทางในระยะกลางถึงระยะยาว

ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 โดยจะประเมินสภาพแวดล้อมตลาดและแนวโน้มความต้องการในแต่ละภูมิภาคอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการเร่งผลักดันแนวทางที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด เชื้อเพลิงที่เป็นกลางทางคาร์บอน และเทคโนโลยีการชดเชยคาร์บอน

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ฮอนด้าจะเดินหน้าวางรากฐานสำหรับแพลตฟอร์ม EV ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงในอนาคต ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ All-Solid-State นอกจากนี้จะนำระบบปฏิบัติการ ASIMO OS มาใช้ทั้งในรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด

4. กลยุทธ์ทางการเงินในช่วง 3 ปีข้างหน้า

ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ในช่วง 3 ปีแรก จากนั้นในอีก 2 ปีถัดไป จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน ฮอนด้าคาดการณ์ว่าจะจัดการกับผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ EV ได้ทั้งหมดภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2029

ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างกำไรจากการดำเนินงานรวมมากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด และบรรลุเป้าหมายอัตรา ROIC ที่ 10% ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2031

5. การยกระดับธรรมาภิบาลองค์กร

ฮอนด้าจะทบทวนและปรับปรุงโครงสร้างธรรมาภิบาลองค์กร โดยเฉพาะการปรับสัดส่วนคณะกรรมการบริษัทให้มีกรรมการอิสระเป็นเสียงข้างมาก รวมถึงการปรับโครงสร้างคณะกรรมการชุดย่อย และเสริมความแข็งแกร่งของกรอบการกำกับดูแล เพื่อให้การดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส