สหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากไทย เริ่มมีผล 2 ธันวาคม 2567
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสำหรับเหล็กและอะลูมิเนียมจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดอัตราภาษีใหม่ที่ 25% สำหรับเหล็ก และ 10% สำหรับอะลูมิเนียม ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการภาษีนำเข้าดังกล่าวกับประเทศไทยโดยตรง
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย
การขึ้นภาษีนำเข้าครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมเหล็กและอะลูมิเนียมของไทย ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน:
- ต้นทุนการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากอัตราภาษีที่ปรับขึ้นจะทำให้สินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากไทยมีราคาสูงขึ้นในตลาดสหรัฐฯ
- การแข่งขันในตลาดโลกลดลง เนื่องจากผู้ส่งออกไทยอาจสูญเสียความได้เปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
- ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ การก่อสร้าง และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้เหล็กและอะลูมิเนียมเป็นวัตถุดิบหลัก
นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังอาจส่งผลให้เกิดการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยในหลายรูปแบบ เช่น การหาตลาดส่งออกใหม่ การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน หรือแม้กระทั่งการเจรจาการค้าระหว่างประเทศเพื่อบรรเทาผลกระทบ
บริบทและความเป็นมา
การประกาศขึ้นภาษีนำเข้าครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทของความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ โดยสหรัฐอเมริกามักใช้มาตรการภาษีนำเข้าเป็นเครื่องมือในการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศและแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า สำหรับประเทศไทย การขึ้นภาษีครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายใหม่ในด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวนนโยบายการค้าและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐอเมริกาในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจคาดการณ์ว่าผลกระทบจากมาตรการนี้จะเริ่มปรากฏชัดเจนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 โดยภาครัฐและภาคเอกชนของไทยจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อหามาตรการรองรับและลดผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทยให้ได้มากที่สุด