นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เปิดเผยแผนผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตที่ระดับ 3.5% ในปี 2568 โดยเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลัก ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567
แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
นายกฯ ระบุว่า รัฐบาลจะเร่งรัดการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการระบบรางและรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
การส่งเสริมการท่องเที่ยว
รัฐบาลจะดำเนินมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยการยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจากประเทศเป้าหมาย และจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 ล้านคนในปี 2568
การลงทุนภาคเอกชน
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลจะสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนเพิ่มขึ้นผ่านมาตรการทางภาษีและการอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตต่างๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และการแพทย์ครบวงจร
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนปฏิรูปกฎหมายเพื่อลดอุปสรรคในการทำธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล คาดว่าการลงทุนรวมของประเทศจะเติบโตที่ 5% ในปี 2568
การดูแลค่าครองชีพ
นายกฯ ยังกล่าวถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยจะตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานผ่านการปรับลดภาษีน้ำมันและค่าไฟฟ้า พร้อมทั้งเพิ่มสวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อย
รัฐบาลตั้งเป้าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 อยู่ที่ 1.5-2.5% ซึ่งอยู่ในกรอบที่เหมาะสมต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เสถียรภาพทางการเงิน
นายกฯ ย้ำว่ารัฐบาลจะรักษาวินัยการเงินการคลัง โดยหนี้สาธารณะจะไม่เกิน 60% ของจีดีพี และจะจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่อเนื่องในช่วง 4 ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนภาครัฐและเอกชน รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว



