สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เสนอแพ็กเกจ 6 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจ หวังกระตุ้นกิจกรรมกว่า 2 แสนล้านบาท
สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ได้เสนอ แพ็กเกจ 6 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจ ต่อรัฐบาลใหม่ โดยคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการใช้จ่าย การท่องเที่ยว และการลงทุนมากกว่า 200,000 ล้านบาท พร้อมทั้งเพิ่มอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อีกประมาณ 0.5-1.0% จากคาดการณ์เดิม 1.6–2.0% ในปี 2569 และสร้างการจ้างงานมากกว่า 100,000 ตำแหน่ง ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง
แนวคิดหลัก: ช้อปคุ้ม–เที่ยวปัง–ลงทุนท้องถิ่น–SMEs แข็งแรง–แรงงานมีทักษะ–แข่งขันอย่างเท่าเทียม
นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปและคาดว่าจะมีการประกาศคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในช่วงกลางปีนี้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องเร่งสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยให้กลับมาคึกคักอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางแรงกดดันจากกำลังซื้อที่เปราะบาง ต้นทุนพลังงานสูง และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
รายละเอียดมาตรการสำคัญในแพ็กเกจ 6 นโยบาย
ช้อปคุ้ม: กระตุ้นกำลังซื้อทันทีด้วยมาตรการ คนละครึ่งพลัส ที่ปลดล็อกข้อจำกัดเดิมให้ครอบคลุมร้านค้าปลีกทุกขนาด รวมถึงโมเดิร์นเทรด เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจับจ่าย พร้อมเสนอปรับลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายจาก 3% เหลือ 0-1% เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs และขยายให้ร้านค้าปลีกทุกขนาดสามารถรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้
เที่ยวปัง: ยกระดับการท่องเที่ยวด้วยมาตรการ Instant Tax Refund คืนภาษี VAT 7% ทันที ณ ร้านค้า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าขั้นต่ำ 3,000 บาท เพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงเสนอลดภาษีสินค้าไลฟ์สไตล์นำเข้าและนำร่องเขตปลอดภาษีในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม High Spending
ลงทุนท้องถิ่น: สร้างงานและรายได้ในเมืองรองด้วยมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับภาคเอกชนที่ลงทุนในเมืองน่าเที่ยว พร้อมทบทวนและปรับลดโครงสร้างค่าไฟฟ้าในภาคค้าปลีก โดยเฉพาะสำหรับ SMEs และสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น โซลาร์เซลล์
SMEs แข็งแรง: เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการสนับสนุนสินค้าไทยให้ได้รับการรับรอง Made in Thailand (MiT) เพื่อเพิ่มโอกาสในการจัดซื้อจัดจ้างจากภาครัฐและส่งออก รวมถึงอุดหนุนภาษีสำหรับสินค้า Sustainable เพื่อจูงใจการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว
แรงงานมีทักษะ: ส่งเสริม Productivity ในภาคค้าปลีกด้วย AI โดยสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ผู้ประกอบการ SMEs ลงทุนในระบบ Agentic AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ พร้อมเร่งนโยบาย Upskill และ Reskill แรงงานให้เท่าทันเศรษฐกิจดิจิทัล และเสนอใช้มาตรฐานวิชาชีพกำหนดค่าจ้างแทนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบเหมารวม
แข่งขันอย่างเท่าเทียม: ลดความเหลื่อมล้ำด้วยการกำหนดให้แพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบและคัดกรองสินค้าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานหรือฉลากภาษาไทยที่ถูกต้อง พร้อมกำหนดกรอบเวลาให้นำสินค้าออกจากแพลตฟอร์มภายใน 24 ชั่วโมง และให้แพลตฟอร์มจัดเก็บและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการขายสินค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนแทนผู้ขายรายย่อยจากต่างประเทศ
แพ็กเกจนี้อยู่ภายใต้กรอบการทำงานระยะ 4 ปีของทีมบริหารประเทศ และมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการแข่งขัน ควบคู่กับการปราบปรามทุนเทาและการทุจริต เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว