สำนักงานประกันสังคมประกาศปรับปรุงสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรสำหรับผู้ประกันตนในปี 2568 โดยเพิ่มวงเงินสูงสุดเป็น 200,000 บาทต่อครั้ง จากเดิมที่เคยจ่ายสูงสุด 150,000 บาท ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนที่กำลังวางแผนมีบุตรหรือกำลังตั้งครรภ์
รายละเอียดสิทธิประโยชน์ใหม่
ตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม ผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 และ 40 จะได้รับสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรในอัตราใหม่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่
- กรณีคลอดบุตรปกติ: จ่ายค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตรา 15,000 บาทต่อครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งที่คลอด แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการส่งเงินสมทบ
- กรณีคลอดบุตรที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือต้องผ่าตัด: จ่ายค่าคลอดบุตรตามความจำเป็นทางการแพทย์ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อครั้ง
เงื่อนไขการรับสิทธิ
ผู้ประกันตนที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ดังนี้
- เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 หรือ 40 ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดบุตร
- ต้องยื่นคำขอรับสิทธิภายใน 2 ปีนับจากวันที่คลอดบุตร
- กรณีผู้ประกันตนหญิงที่คลอดบุตร จะได้รับสิทธิค่าคลอดบุตรเต็มจำนวน ส่วนกรณีผู้ประกันตนชายที่ภรรยาคลอดบุตร จะได้รับสิทธิเฉพาะกรณีคลอดบุตรปกติเท่านั้น
ขั้นตอนการขอรับสิทธิ
ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรได้ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเตรียมเอกสารดังนี้
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบรับรองแพทย์หรือเอกสารยืนยันการคลอดบุตร
- สำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการรับเงิน
นอกจากนี้ ผู้ประกันตนยังสามารถตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองได้ผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมหรือแอปพลิเคชัน SSO Connect เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกันตนที่ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตรที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือต้องผ่าตัด ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชน



