กูเกิล (Google) เปิดเผยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ชุดใหญ่ในงาน Google I/O 2026 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือโมเดล Gemini 3.5 Flash ที่มีความเร็วในการสร้างเอาต์พุตสูงกว่าโมเดลอื่นถึง 4 เท่า และ Gemini Omni โมเดลใหม่ที่สามารถรับอินพุตได้ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ และข้อความ พร้อมสร้างผลลัพธ์เป็นวิดีโอได้ นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดแอปพลิเคชัน Gemini ด้วยภาษาการออกแบบใหม่ Neural Expressive ซึ่งมีแอนิเมชันลื่นไหลและปรับหน้าตาให้ใช้งานง่ายขึ้น
Gemini Spark เอเจนต์ส่วนตัวอัตโนมัติ
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว Gemini Spark เอเจนต์ผู้ช่วยส่วนตัวที่ทำงานแทนผู้ใช้แบบอัตโนมัติ โดยเชื่อมต่อกับ Gmail, Docs และแอปอื่นๆ ใน Google Workspace ควบคู่ไปกับฟีเจอร์ Daily Brief ที่ช่วยสรุปและจัดลำดับความสำคัญของงานประจำวันจากข้อมูลใน Gmail, Calendar และ Tasks พร้อมแนะนำขั้นตอนถัดไปให้ผู้ใช้
ระบบค้นหาผสาน AI มากขึ้น
Google Search ได้รับการอัปเกรดโหมด AI ด้วย Gemini 3.5 Flash ที่มาพร้อมช่องค้นหาอัจฉริยะ และเอเจนต์ค้นหาข้อมูลเบื้องหลังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออัปเดตข่าวสารหรือข้อมูลเรียลไทม์ตามความสนใจส่วนบุคคล นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Universal Cart ตะกร้าสินค้าอัจฉริยะที่ช่วยค้นหาดีล แจ้งเตือนสินค้าลดราคา แสดงข้อมูลราคาย้อนหลัง แจ้งเตือนสต็อก และตรวจสอบความเข้ากันได้ของชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์เมื่อช้อปปิ้งผ่านแพลตฟอร์มของกูเกิล
ฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้งานระดับโปร
ผู้ใช้ระดับโปรจะได้รับฟีเจอร์ Gmail Live ที่ช่วยค้นหาข้อมูลในอีเมลผ่านการสนทนาแบบเรียลไทม์ และ Docs Live ที่สร้างและแก้ไขเอกสารด้วยการสั่งงานด้วยเสียง
Android XR ผสานเทคโนโลยีและแฟชั่น
ด้านฮาร์ดแวร์ กูเกิลเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะบนแพลตฟอร์ม Android XR ซึ่งร่วมพัฒนากับซัมซุง (Samsung) และควอลคอมม์ (Qualcomm) โดยทำงานร่วมกับแบรนด์แฟชั่น Gentle Monster และ Warby Parker ในการออกแบบ แว่นตานี้รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Android และ iPhone พร้อมฟีเจอร์ Android Halo ที่แสดงสถานะการทำงานของเอเจนต์ AI ที่ขอบบนของหน้าจอสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้ทราบว่า AI กำลังดำเนินการอะไรโดยไม่ต้องสลับหน้าจอ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริการ Google AI
กูเกิลยังปรับโครงสร้างการให้บริการ Google AI ใหม่ โดยเปลี่ยนจากการจำกัดโควตาการใช้งานรายวันมาเป็นรูปแบบการคิดค่าบริการตามปริมาณการประมวลผล เพื่อให้สอดคล้องกับความซับซ้อนของคำสั่งแต่ละประเภท



