ศึกชิงบัลลังก์ EV เดือด! Tesla ผงาดทวงแชมป์เบอร์ 1 โลก แซงหน้า BYD ในไตรมาสแรก
Tesla ทวงแชมป์เบอร์ 1 EV โลก แซงหน้า BYD ไตรมาสแรก

ศึกชิงบัลลังก์ EV เดือด! Tesla ผงาดทวงแชมป์เบอร์ 1 โลก แซงหน้า BYD ในไตรมาสแรก

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากลับมาร้อนระอุอีกครั้ง ประเดิมไตรมาสแรกของปี 2569 ด้วยการพลิกเกมครั้งใหญ่ เมื่อยักษ์ใหญ่จากฝั่งอเมริกาอย่าง Tesla เร่งเครื่องทำยอดขายแซงหน้าคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง BYD ทวงคืนบัลลังก์ผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) กลับมาครองได้สำเร็จ หลังจากเสียแชมป์ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

Tesla ทวงคืนตำแหน่งผู้นำ BEV โลกอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เทสลาได้ประกาศยอดขายอย่างเป็นทางการ โดยสามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าล้วนทั่วโลกได้ถึง 358,023 คัน เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในขณะที่ยอดส่งมอบของ BYD อยู่ที่ 310,389 คัน ทำให้ทิ้งห่างกันเกือบ 48,000 คัน ผลลัพธ์นี้ทำให้ Tesla กลับมาผงาดในตำแหน่งผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าล้วนอันดับหนึ่งของโลกอีกครั้ง หลังจากเสียแชมป์ให้ BYD ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567

ปัจจัยผลักดันการพลิกเกมของ Tesla

สำหรับการพลิกเกมในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายในจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การหดตัวของเงินอุดหนุน: รัฐบาลจีนปรับลดมาตรการแลกซื้อรถเก่า โดยผู้ที่นำรถเก่ามาแลกซื้อรถใหม่ได้รับส่วนลดจำกัดเพียง 12% ของราคารถ และวงเงินสูงสุดไม่เกิน 20,000 หยวน (ประมาณ 100,000 บาท) ซึ่งลดลงจากเดิมที่เคยได้รับความช่วยเหลือเต็มจำนวนโดยไม่มีเพดาน
  • การเก็บภาษีการขาย EV: รัฐบาลจีนเริ่มเก็บภาษีการขายรถยนต์ไฟฟ้าในอัตรา 5% หลังจากที่เคยยกเว้นในปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ซื้อต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นหลายหมื่นบาท ส่งผลให้ครอบครัวชาวจีนจำนวนมากชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป

ทั้งนี้ ทำให้ความต้องการรถ EV ในประเทศชะลอตัวลง ส่งผลให้ Tesla มีข้อได้เปรียบในเวทีการแข่งขันระดับโลก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

จุดแข็งของ Tesla ที่ช่วยรักษาความแข็งแกร่ง

Tesla ยังคงแข็งแกร่งด้วยฐานยอดขายทั่วโลก โดยเฉพาะโรงงาน Gigafactory ที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งผลิตรถยนต์ได้ 213,398 คัน ในไตรมาสแรก คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายทั่วโลก นอกจากนี้ กลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าในจีนของเทสลาคือการเสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษและขยายระยะเวลาผ่อนชำระนานถึง 7 ปี ทำให้ Model 3 และ Model Y มีราคาผ่อนชำระเริ่มต้นไม่ถึง 10,000 บาทต่อเดือน

ภาพรวมตลาดและอนาคตที่น่าจับตามอง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า BYD จะยังคงครองความเป็นเจ้าตลาดอยู่หากนับรวมยอดขายรถยนต์กลุ่มปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เข้าไปด้วย แต่สำหรับหมวดหมู่รถยนต์ไฟฟ้าล้วนแล้ว Tesla ได้กลับมาผงาดในตำแหน่งผู้นำอีกครั้ง ซึ่งผลลัพธ์นี้น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับกระแสข่าวตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ที่มักนำเสนอภาพว่า Tesla กำลังเพลี่ยงพล้ำให้กับคู่แข่งจากจีน การแข่งขันในตลาด EV ยังคงดุเดือดและน่าติดตามอย่างต่อเนื่องในไตรมาสต่อๆ ไป