พาณิชย์นำทัพซอฟต์แวร์ไทยบุกตลาดเคนยา เจรจาจับคู่การค้าสร้างมูลค่ากว่า 165 ล้านบาท
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) สำหรับธุรกิจบริการด้านซอฟต์แวร์ระหว่างผู้ประกอบการไทยและเคนยา ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา โดยในวันแรกของการเจรจาประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย สร้างมูลค่าเจรจาการค้ารวมกว่า 165 ล้านบาท และมีแนวโน้มต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว
ความสำเร็จเกินคาดในวันแรก
กิจกรรมครั้งนี้มีผู้ประกอบการเคนยาเข้าร่วมกว่า 70 ราย ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจอย่างสูงของตลาดเคนยาต่อเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลจากประเทศไทย การเจรจาในวันแรกไม่เพียงแต่สร้างมูลค่าการค้าสูง แต่ยังพบคู่ค้าศักยภาพหลายรายที่มีแนวโน้มพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต โดยธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากฝ่ายเคนยา ได้แก่
- ซอฟต์แวร์บริหารจัดการโรงแรม
- ซอฟต์แวร์การตลาด AI
- ซอฟต์แวร์ระบบจัดการขยะอัจฉริยะ
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมนี้เป็นไปตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งขยายโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจบริการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน
การหารือระดับสูงเพื่อขยายความร่วมมือ
นอกจากกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแล้ว นางสาวสุนันทา ยังได้พบหารือกับตัวแทนระดับสูงจากเคนยา อาทิ นายวิลเลียม คาโบโก กิตาอู รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที และนางลูซี่ คิรูทู เอกอัครราชทูตเคนยา ประจำประเทศไทย รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภาครัฐจากกระทรวงไอซีทีและกระทรวงการค้าของเคนยา
การหารือมุ่งเน้นถึงความร่วมมือในการขยายการค้าและการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมไอที ธุรกิจโรงแรม การเปิดตลาดสินค้าเกษตร และธุรกิจพลังงานทดแทนให้มากยิ่งขึ้น โดยฝ่ายเคนยาได้เชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้ามาลงทุนในประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคแอฟริกา
แนวโน้มและโอกาสในอนาคต
กิจกรรมครั้งนี้มีผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจซอฟต์แวร์ บริการด้านซอฟต์แวร์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จำนวน 14 ราย เข้าร่วม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ ความสำเร็จในวันแรกไม่เพียงแต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังเปิดประตูสู่ความร่วมมือระยะยาวที่อาจนำไปสู่การลงทุนและการขยายตลาดเพิ่มเติมในอนาคต
ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในหลายภูมิภาค การบุกตลาดใหม่เช่นเคนยาจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความมั่นคงและโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้จากต่างประเทศ



