จับแล้ว! หนุ่มโพสต์อนาจารเด็ก 14 ปี ผิด พ.ร.บ.คอมพ์
จับแล้วหนุ่มโพสต์อนาจารเด็ก 14 ปี ผิด พ.ร.บ.คอมพ์

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ได้ดำเนินการจับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม หลังพบว่ามีพฤติกรรมโพสต์ภาพและข้อความที่มีลักษณะอนาจารของเด็กหญิงวัย 14 ปี ทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแห่งหนึ่ง โดยการจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 ตามหมายค้นของศาลอาญา

รายละเอียดการกระทำผิด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี ได้เข้าแจ้งความที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ว่า มีบุคคลไม่ทราบชื่อโพสต์ภาพของเธอพร้อมข้อความลามกอนาจารในกลุ่มปิดบนเฟซบุ๊ก ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 50,000 คน เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายเอ ซึ่งเป็นเพื่อนในโลกออนไลน์ของผู้เสียหาย โดยนายเอได้ขอภาพจากผู้เสียหายภายใต้ข้ออ้างต่างๆ ก่อนนำมาเผยแพร่

ข้อหาที่แจ้ง

เบื้องต้น นายเอถูกแจ้งข้อหาดังนี้ 1. ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/1 2. นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะลามกอนาจาร ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14(4) ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. เผยแพร่ข้อมูลเท็จที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำเตือนจากตำรวจ

พลตำรวจตรี ปราโมทย์ ชัยพล รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า "การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิเด็กอย่างรุนแรง และสร้างความเสียหายต่อจิตใจของผู้เสียหายอย่างมาก ตำรวจไซเบอร์จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด" นอกจากนี้ ยังฝากเตือนผู้ปกครองให้ดูแลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของบุตรหลาน และแนะนำให้เด็กๆ ไม่ส่งภาพส่วนตัวให้กับคนแปลกหน้าทางออนไลน์

สถิติคดีอนาจารเด็กออนไลน์

จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในปี 2567 มีคดีเกี่ยวกับการเผยแพร่สื่อลามกเด็กทางออนไลน์มากถึง 1,200 คดี เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนหน้า โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเด็กหญิงอายุระหว่าง 13-17 ปี คิดเป็น 80% ของคดีทั้งหมด การกระทำผิดมักเกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยม เช่น เฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก และอินสตาแกรม

ผลกระทบต่อผู้เสียหาย

ผู้เสียหายและครอบครัวได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง ต้องเข้ารับการบำบัดจากนักจิตวิทยา เนื่องจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ต่อเป็นวงกว้าง ทำให้เด็กหญิงต้องย้ายโรงเรียนและเปลี่ยนที่อยู่เพื่อหลบหนีการถูกสังคมรังเกียจ ทนายความของผู้เสียหายกล่าวว่า "ครอบครัวต้องการให้คดีนี้เป็นตัวอย่างเพื่อปกป้องเด็กคนอื่นๆ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแบบเดียวกัน"

แนวทางป้องกัน

ตำรวจไซเบอร์แนะนำให้ผู้ปกครองติดตั้งโปรแกรมควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตสำหรับเด็ก สอนให้เด็กตระหนักถึงภัยออนไลน์ และไม่เปิดรับเพื่อนที่ไม่รู้จัก หากพบเห็นการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของตำรวจไซเบอร์