ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการกองปราบปราม พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการที่ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้ร่วมกันจับกุมนายอานนท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” และ “ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ” หลังจากก่อเหตุหลอกลวงประชาชนให้ลงทุนเทรดหุ้นผ่านเพจปลอมที่แอบอ้างเป็นโบรกเกอร์ชื่อดัง
พฤติการณ์หลอกลวง
สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายร้องเรียนผ่านศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม โดยใช้ชื่อและโลโก้ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำหลายแห่ง เช่น บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เพื่อชักชวนประชาชนให้เข้ามาลงทุนเทรดหุ้น โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงถึง 30-50% ต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าอัตราผลตอบแทนปกติในตลาดหลักทรัพย์อย่างมาก
เมื่อเหยื่อสนใจและติดต่อผ่านเพจปลอม มิจฉาชีพจะให้เพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ (Line) และสร้างกลุ่มไลน์ขึ้นมา โดยมีบุคคลที่แอบอ้างเป็น “เทรดเดอร์มืออาชีพ” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน” คอยให้คำแนะนำและโน้มน้าวให้เหยื่อโอนเงินเข้ามาลงทุนผ่านแพลตฟอร์มเทรดหุ้นปลอมที่กลุ่มมิจฉาชีพสร้างขึ้นเอง
เหยื่อสูญเงินกว่า 10 ล้านบาท
จากการสืบสวนพบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกลวงอย่างน้อย 20 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท โดยผู้เสียหายบางรายสูญเงินครั้งเดียวสูงถึง 2 ล้านบาท เนื่องจากมิจฉาชีพใช้กลวิธีสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการแสดงภาพโปรไฟล์ที่ดูเป็นทางการ มีการโพสต์รูปภาพของโบรกเกอร์จริง รวมถึงใช้เทคนิคสร้างยอดเทรดปลอมในแพลตฟอร์มเพื่อให้เหยื่อเห็นว่ากำไรและหลงเชื่อโอนเงินเพิ่ม
น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 34 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า “เริ่มจากเห็นโฆษณาในเฟซบุ๊กเชิญชวนลงทุนเทรดหุ้น ได้ผลตอบแทนดี มีคนรีวิวเยอะ ติดต่อไปแล้วก็มีเทรดเดอร์คอยแนะนำ ตอนแรกได้กำไรจริงๆ เลยลงทุนเพิ่มไปเรื่อยๆ จนถึง 2 ล้านบาท พอจะถอนเงินกลับ กลับโดนบล็อกติดต่อไม่ได้เลย”
จับกุมผู้ต้องหาได้ที่คอนโดหรู
เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่านายอานนท์เป็นหนึ่งในสมาชิกของแก๊งมิจฉาชีพดังกล่าว โดยมีบทบาทเป็นผู้ดูแลระบบบัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนเงินจากเหยื่อ และเป็นผู้สร้างเพจปลอม รวมถึงเป็นคนโพสต์ข้อความชักชวนลงทุนในกลุ่มไลน์ ตำรวจจึงขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และบัญชีธนาคารอีก 5 บัญชี
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า “ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ร่วมกับพวกอีกประมาณ 5-6 คน ก่อเหตุลักษณะนี้มานานกว่า 6 เดือน โดยมีนายทุนอยู่ต่างประเทศคอยสนับสนุนด้านการเงินและเทคโนโลยี ส่วนผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นคนไทยที่ใช้บัญชีธนาคารเปิดในนามตัวเองเพื่อรับโอนเงินจากเหยื่อ แล้วโอนต่อไปยังบัญชีของนายทุนในต่างประเทศ ซึ่งยากต่อการติดตาม”
เตือนภัยประชาชน
ตำรวจสอบสวนกลางฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นโบรกเกอร์หรือสถาบันการเงินต่างๆ โดยเฉพาะการชักชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง ซึ่งมักเป็นรูปแบบของแชร์ลูกโซ่หรือการฉ้อโกง ขอให้ตรวจสอบข้อมูลบริษัทผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง หากพบเบาะแสหรือตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ของ CIB หรือสายด่วน 191
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ รวมถึงนายทุนที่อยู่ต่างประเทศ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



