เหตุรถบัสทัศนศึกษานักเรียนไฟไหม้ที่จังหวัดอุทัยธานี ดับ 23 ศพ
เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลาประมาณ 12.30 น. รถบัสโดยสารที่บรรทุกนักเรียนและครูจากโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี กำลังเดินทางไปทัศนศึกษา เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงบริเวณถนนพหลโยธิน ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย และบาดเจ็บสาหัส 3 ราย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถบัสถูกไฟไหม้ทั้งคัน มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน 22 ศพ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 ราย ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลลานสักและโรงพยาบาลอุทัยธานี
ครูเล่าวินาทีระทึกช่วยนักเรียนหนีตาย
นางสาวสมหญิง (สงวนนามสกุล) ครูประจำชั้น ม.3 ซึ่งอยู่บนรถบัสคันดังกล่าว เล่าว่า ขณะที่รถกำลังแล่นอยู่บนถนนพหลโยธิน ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดจากด้านท้ายรถ ก่อนที่ไฟจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ครูพยายามเปิดประตูฉุกเฉินและช่วยนักเรียนลงจากรถ แต่ด้วยเปลวไฟที่รุนแรงทำให้ไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมด
“ตอนนั้นได้ยินเสียงดังจากท้ายรถ แล้วไฟก็ลุกขึ้นมา หนูตะโกนบอกนักเรียนให้รีบลง แต่ไฟมันเร็วมาก หนูพยายามดึงนักเรียนออกมาได้แค่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่ติดอยู่ข้างใน” ครูสมหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ
สาเหตุเบื้องต้นจากแก๊สรั่ว
พลตำรวจตรี สมชาย เก่งกล้า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากแก๊สหุงต้มที่ใช้ประกอบอาหารบนรถบัสรั่วไหล ทำให้เกิดประกายไฟและลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากรถบัสติดตั้งถังแก๊สไว้ภายในตัวรถ ซึ่งผิดกฎหมายและอันตรายอย่างยิ่ง
“จากการตรวจสอบพบว่ารถบัสคันดังกล่าวติดตั้งถังแก๊สขนาด 15 กิโลกรัมไว้ในช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ ซึ่งไม่ได้รับอนุญาต และน่าจะเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้ครั้งนี้” พลตำรวจตรีสมชายกล่าว
โรงเรียนและหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือ
นายอำเภอลานสัก สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ พร้อมทั้งประสานงานกับโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆารามเพื่อแจ้งผู้ปกครองของนักเรียนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ด้านกระทรวงศึกษาธิการได้ส่งทีมจิตแพทย์และนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้ปกครองและนักเรียนที่รอดชีวิต รวมถึงครูที่อยู่ในเหตุการณ์
เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัด
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุทัยธานีในรอบหลายปี สร้างความเศร้าโศกให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและชุมชนทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย



