น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยความคืบหน้าคดีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงชาวไทยที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมว่า ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าแอร์สาวรายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งสองด้าน โดยในวันนี้ (1 ก.ค. 2569) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เข้าหารือเพื่อขยายผลทางคดี อาทิ ข้อมูลการให้ปากคำของแอร์สาว ข้อมูลการเดินทางในวันดังกล่าว และรายชื่อผู้รับพัสดุปลายทาง
ข้อมูลการเดินทางและค่าจ้างต่ำน่าสงสัย
เบื้องต้นพบว่าแอร์สาวรายนี้เดินทางไปยังท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในวันที่ 25 มิ.ย. ซึ่งเป็นไฟล์ทบินปกติของเธอ (On duty) และไม่ได้มีการแลกเปลี่ยนไฟล์ทกับเพื่อนร่วมงาน โดยปกติเธอมักมีไฟล์ทบินไปเมลเบิร์นบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเธอจึงรับฝากหิ้วของไปยังประเทศปลายทาง ซึ่งออสเตรเลียมีกฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวด โดยค่าจ้างที่เธอได้รับเพียง 8,800 บาท ซึ่งเป็นเรทราคาต่ำเมื่อเทียบกับความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ที่พักอาศัยและไลฟ์สไตล์ของเธอก็ไม่ได้หรูหรา ทำให้ไม่สามารถด่วนสรุปได้ว่าเธอตกเป็นเหยื่อหรือมีส่วนรู้เห็น
บัญชีเฟซบุ๊ก 'Rose Rose' และ TikTok อยู่ระหว่างขยายผล
น.ส.อารีภักดิ์กล่าวว่า บัญชีเฟซบุ๊ก 'Rose Rose' ที่ทักแชตหาแอร์สาวในช่วงวันที่ 18-19 มิ.ย. อยู่ระหว่างการขยายผลอย่างเข้มข้น เนื่องจากหลังเกิดเหตุบัญชีดังกล่าวได้ปิดตัวลงทันที เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีของ ป.ป.ส. กำลังตรวจสอบประวัติการใช้งาน พบว่าบัญชีนี้เคยทักแชตหว่านแหไปยังลูกเรือหลายราย ส่วนบัญชี TikTok ชื่อ 'แป้งที่ไปว่าแป้ง' ที่ตระเวนทักหาลูกเรือเพื่อขอฝากหิ้วของไปออสเตรเลียนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกับ 'Rose Rose' หรือไม่ เนื่องจากอาจมีวิธีการภายในกลุ่มขบวนการ แต่ไทม์ไลน์ใกล้เคียงกันและเมื่อเกิดการจับกุมก็มีการทยอยปิดบัญชีทันที
ไรเดอร์ส่งพัสดุเป็นคนละคนกับที่ปรากฏในคลิป
สำหรับกรณีไรเดอร์ชายที่เดินทางเข้าลงบันทึกประจำวันที่ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เมื่อคืนวันที่ 30 มิ.ย. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจนั้น น.ส.อารีภักดิ์ชี้แจงว่า ไรเดอร์รายนี้ไม่ใช่คนเดียวกับที่ส่งพัสดุให้แอร์สาวที่คอนโดฯ ในวันที่ 22 มิ.ย. เนื่องจากเขาเข้าส่งพัสดุในวันที่ 23 มิ.ย. จึงเป็นคนละคนกัน แต่ต้องขอบคุณที่ไรเดอร์แสดงความบริสุทธิ์ใจ เนื่องจากมีคลิปวิดีโอปรากฏในสื่อทำให้สังคมเข้าใจผิด ไรเดอร์ตัวจริงที่ส่งพัสดุให้แอร์สาวยังไม่ได้ประสานขอเข้าพบเจ้าหน้าที่
กล้องวงจรปิดพบผู้ส่งพัสดุ 2 ราย
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของคอนโดฯ พบว่ามีผู้ส่งพัสดุที่มีไทม์ไลน์ใกล้เคียงกัน 2 ราย ได้แก่ ไรเดอร์ชายที่ขับมอเตอร์ไซค์ส่งพัสดุในช่วงเที่ยงของวันที่ 22 มิ.ย. และอีกคนขับรถยนต์เก๋งเข้ามาส่งพัสดุเช่นเดียวกัน โดยทั้งคู่ถือกล่องลังพัสดุขนาดใหญ่ ต่อมาแอร์สาวกลับเข้าคอนโดฯ เวลาประมาณ 14.00 น. และถือกล่องพัสดุขึ้นห้องไป เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลว่าใครคือคนส่งพัสดุให้แอร์สาว
ไรเดอร์เข้าพบ ป.ป.ส. แสดงความบริสุทธิ์ใจ
เมื่อเวลา 10.45 น. ไรเดอร์ที่เข้าพบตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจอีกครั้ง ขณะที่เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้ประชุมร่วมกับตำรวจออสเตรเลีย ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 1 ก.ค. นายกิตติกร พนักงานส่งพัสดุของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เข้าพบ พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.สำโรงเหนือ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดว่าตนเป็นผู้ส่งพัสดุให้แอร์โฮสเตส
นายกิตติกรยืนยันไม่รู้เห็นเกี่ยวกับยาเสพติด
นายกิตติกรเปิดเผยว่า ตนเพิ่งเข้าทำงานเป็นพนักงานส่งพัสดุประมาณ 1 ปี 2 เดือน โดยในวันที่ 23 มิ.ย. ได้นำพัสดุชิ้นดังกล่าวพร้อมพัสดุอื่นอีกหลายชิ้นจากคลังสินค้าใหญ่มาคัดแยกที่คลังสินค้าย่านสำโรงเหนือ ก่อนนำไปส่งตามขั้นตอนปกติ โดยทราบเพียงว่าต้นทางของกล่องพัสดุระบุส่งมาจากย่านเทียนทะเล มีการสแกน QR Code ทุกขั้นตอน จากนั้นนำพัสดุไปส่งยังคอนโดมิเนียมย่านบางนา วางไว้ที่โต๊ะรับพัสดุหน้าห้องนิติบุคคลของคอนโด แล้วกลับไปปฏิบัติงานตามปกติ ตนยืนยันว่าไม่ทราบว่าภายในกล่องเป็นสิ่งของประเภทใด และไม่พบความผิดปกติ จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด ภายหลังเห็นภาพของตนปรากฏในสื่อ จึงรีบเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ เกรงว่าจะถูกเข้าใจผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบข้อมูลการจัดส่งพัสดุแล้วไม่พบความผิดปกติ อนุญาตให้นายกิตติกรเดินทางกลับก่อน และจะเรียกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน



