รวบ 2 ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพในโรงแรมย่านบางรัก
รวบ 2 ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพในโรงแรมย่านบางรัก

ตำรวจกองปราบปรามร่วมกับตำรวจท้องที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในคดีฆาตกรรมอำพรางศพหญิงสาวภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางรัก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 โดยผู้ต้องหาทั้งสองคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ถูกจับกุมได้ที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง ตามลำดับ หลังก่อเหตุและหลบหนีไปได้ประมาณ 3 วัน

รายละเอียดคดี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2567 เจ้าหน้าที่โรงแรมพบศพหญิงสาวอายุประมาณ 25 ปี ในสภาพถูกมัดมือมัดเท้าและมีร่องรอยถูกทำร้ายภายในห้องพัก ต่อมาชันสูตรพลิกศพพบว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ และมีร่องรอยถูกข่มขืน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะพยายามอำพรางศพด้วยการนำผ้าห่มคลุมและล็อกห้องจากด้านนอก

จากการสอบสวนพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นบุคคลสุดท้ายที่ออกจากห้องพักของผู้ตาย โดยทั้งคู่มีพฤติกรรมน่าสงสัยและได้เช่าห้องพักในโรงแรมเดียวกันกับผู้ตายก่อนเกิดเหตุ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การติดตามจับกุม

พลตำรวจตรี สมชาย (นามสมมติ) รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, กระทำชำเรา, และซ่อนเร้นอำพรางศพ จากนั้นได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดานในพื้นที่ต่างจังหวัด จึงประสานกำลังกับตำรวจภูธรภาค 2 และภาค 3 เข้าติดตามจับกุม

"ผู้ต้องหาทั้งสองถูกจับกุมได้ในเวลาใกล้เคียงกัน โดยนายเอถูกจับที่บ้านพักในจังหวัดชลบุรี ขณะที่นายบีถูกจับที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ระหว่างเตรียมตัวหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน" พลตำรวจตรีสมชายกล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบและความคืบหน้า

คดีนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม เนื่องจากเป็นเหตุฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมและมีการอำพรางศพอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่ย่านธุรกิจและท่องเที่ยวอย่างบางรัก ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ปลอดภัย ตำรวจได้เร่งคลี่คลายคดีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งสองถูกควบคุมตัวที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา ทั้งลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ และภาพจากกล้องวงจรปิด คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการได้ภายในสัปดาห์หน้า