สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดเผยสถิติคดีฆาตกรรมในประเทศไทยประจำปี 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่ากังวล โดยจำนวนคดีฆาตกรรมเพิ่มขึ้นถึง 12% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่อัตราการคลี่คลายคดีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
จำนวนคดีและอัตราการคลี่คลาย
จากรายงานพบว่าในปี 2568 มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นทั้งหมด 1,250 คดี เพิ่มขึ้นจาก 1,116 คดีในปี 2567 คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 อย่างไรก็ตาม อัตราการคลี่คลายคดีกลับลดลงจากร้อยละ 85 ในปี 2567 เหลือเพียงร้อยละ 78 ในปีนี้ ซึ่งหมายความว่ามีคดีฆาตกรรมถึง 275 คดีที่ยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้
สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
พลตำรวจเอก สมชาย หวังเจริญ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า "สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราการคลี่คลายคดีลดลง มาจากความซับซ้อนของคดีที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์และการใช้เทคโนโลยีในการปกปิดร่องรอย" นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านกำลังพลที่ไม่เพียงพอ และภาระงานที่เพิ่มขึ้นของพนักงานสอบสวน
การเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า
สถิติในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า จำนวนคดีฆาตกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 มีคดี 980 คดี ปี 2565 มี 1,050 คดี ปี 2566 มี 1,080 คดี และปี 2567 มี 1,116 คดี ขณะที่อัตราการคลี่คลายคดีลดลงจากร้อยละ 90 ในปี 2564 เหลือร้อยละ 78 ในปี 2568
นโยบายและมาตรการรับมือ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศมาตรการเร่งด่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคลี่คลายคดี อาทิ การจัดตั้งทีมสืบสวนเฉพาะกิจสำหรับคดีฆาตกรรมที่ซับซ้อน การนำเทคโนโลยี DNA และระบบพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลมาใช้มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มอัตรากำลังพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่มีสถิติคดีสูง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมร้ายแรงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มกำลังตำรวจเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการป้องกันในเชิงสังคม การให้ความรู้แก่ประชาชน และการแก้ไขปัญหาต้นเหตุของอาชญากรรม เช่น ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ
ข้อเสนอแนะจากภาคประชาสังคม
องค์กรภาคประชาสังคมหลายแห่งเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณในการพัฒนาระบบยุติธรรมทางอาญา โดยเฉพาะการสนับสนุนงานนิติวิทยาศาสตร์และการฝึกอบรมพนักงานสอบสวนให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการเปิดเผยข้อมูลสถิติคดีฆาตกรรมอย่างโปร่งใส เพื่อให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงานของตำรวจได้



