พนักงานของสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยนเรศวร ถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ หลังพบความผิดปกติในการทำบัญชี ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยคดีนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก
รายละเอียดคดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยนเรศวร
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งความจากผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยนเรศวร ว่าพบการทุจริตยักยอกเงินภายในสหกรณ์ โดยมีพนักงานรายหนึ่งเป็นผู้ต้องสงสัย หลังจากการตรวจสอบบัญชีประจำปีพบความผิดปกติในรายการเดินบัญชีหลายรายการ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 2.2 ล้านบาท
การสอบสวนและพยานหลักฐาน
พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน เช่น เอกสารทางบัญชี ระบบบันทึกการเงิน และสอบปากคำพยานบุคคลหลายปาก ก่อนจะออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นพนักงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงิน โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ฐานยักยอกทรัพย์
ความเสียหายและมาตรการป้องกัน
เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายให้แก่สมาชิกสหกรณ์กว่า 1,200 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทางสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการปรับปรุงระบบควบคุมภายในเพื่อป้องกันการทุจริตซ้ำ รวมถึงการจัดทำรายงานการเงินให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยมีมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นผู้กำกับดูแล
ด้านอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวรกล่าวว่า "มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลและการจัดการทางการเงินที่โปร่งใส ได้สั่งการให้ตรวจสอบระบบการเงินของสหกรณ์อย่างละเอียด และจะดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง"
การดำเนินคดีตามกฎหมาย
ปัจจุบันผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม และเตรียมส่งฟ้องศาลจังหวัดพิษณุโลกในข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 352 แห่งประมวลกฎหมายอาญา คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสหกรณ์อื่นๆ ในการเพิ่มความเข้มงวดด้านการตรวจสอบภายใน



