ก.ล.ต. สั่งปรับ 7 บริษัทหลักทรัพย์ ฐานส่งเสริมการขายเกินขอบเขต
ก.ล.ต. สั่งปรับ 7 บริษัทหลักทรัพย์ ฐานส่งเสริมการขายเกินขอบเขต

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งปรับทางปกครองบริษัทหลักทรัพย์รวม 7 ราย เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1.05 ล้านบาท ฐานกระทำความผิดในการให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมหรือผลประโยชน์อื่นใดแก่ลูกค้าเกินกว่าที่กำหนด ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการขายที่เกินขอบเขตและไม่เป็นธรรมต่อผู้ลงทุนรายอื่น

7 บริษัทหลักทรัพย์ถูกลงโทษ

ก.ล.ต. ระบุว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ถูกปรับประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ซิตี้คอร์ป (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด โดยแต่ละแห่งถูกปรับเป็นเงิน 150,000 บาท รวมเป็นเงิน 1.05 ล้านบาท

พฤติกรรมเข้าข่ายผิดกฎหมาย

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการส่งเสริมการขายหน่วยลงทุนและหลักทรัพย์ โดยห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจเสนอหรือให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมหรือผลประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกินกว่าที่กำหนด ซึ่งอาจทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม และส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในตลาดทุน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ก.ล.ต. กล่าวว่า "การให้ส่วนลดหรือผลประโยชน์เกินกว่าที่กำหนดเป็นการกระทำที่อาจทำให้ผู้ลงทุนตัดสินใจลงทุนโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพของบริการหรือความเสี่ยงที่แท้จริง ซึ่งขัดต่อหลักการคุ้มครองผู้ลงทุนและความเป็นธรรมในตลาดทุน"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

บทลงโทษและแนวทางป้องกัน

นอกจากค่าปรับทางปกครองแล้ว ก.ล.ต. ยังได้กำชับให้บริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 7 แห่งดำเนินการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำในลักษณะนี้อีกในอนาคต โดยต้องปรับปรุงระบบการควบคุมภายในและกระบวนการกำกับดูแลให้รัดกุมยิ่งขึ้น รวมถึงรายงานผลการดำเนินการให้ ก.ล.ต. ทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด

ก.ล.ต. ย้ำว่า การส่งเสริมการขายที่เกินขอบเขตไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดทุนไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการระดมทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การดำเนินการลงโทษครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อรักษามาตรฐานและความเป็นธรรมในตลาด

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ขอเตือนผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ทุกรายให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบบริการของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตและประวัติการถูกดำเนินการทางวินัยได้จากเว็บไซต์ของ ก.ล.ต.