พีพีพีส่อแววไม่รอด! ดีอีขู่ฟันคดีแชร์ลูกโซ่ดิจิทัลวอลเล็ต
พีพีพีส่อแววไม่รอด! ดีอีขู่ฟันคดีแชร์ลูกโซ่ดิจิทัลวอลเล็ต

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ดีอีอยู่ระหว่างตรวจสอบโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของพรรคเพื่อไทย (พีพีพี) อย่างละเอียด หลังจากมีผู้เสียหายร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของดีอีจำนวนมาก โดยเบื้องต้นพบว่ามีลักษณะที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 343 เรื่องการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือที่เรียกกันว่าแชร์ลูกโซ่

ดีอีจับตาดิจิทัลวอลเล็ตพีพีพี

นางสาวอัจฉรินทร์กล่าวว่า ดีอีได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่เข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของพีพีพี ซึ่งเป็นการแจกเงินดิจิทัลให้กับผู้ที่ลงทะเบียน แต่กลับไม่สามารถใช้จ่ายได้ตามที่โฆษณาไว้ ผู้ร้องเรียนหลายรายระบุว่าถูกหลอกให้ลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรับสิทธิ์พิเศษ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับแชร์ลูกโซ่

“เรามีข้อมูลเบื้องต้นว่ามีผู้เสียหายหลายร้อยคน มูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท ดีอีจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด” นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พีพีพีโต้ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาชี้แจงว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตของพรรคเป็นนโยบายหาเสียงที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ยืนยันว่าพรรคไม่ได้เรียกเก็บเงินจากประชาชนแต่อย่างใด การที่ประชาชนได้รับเงินดิจิทัลนั้นเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และพรรคพร้อมให้ความร่วมมือกับดีอีในการตรวจสอบ

“นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเป็นนโยบายหาเสียงที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ พรรคยินดีให้ข้อมูลกับดีอีทุกประการ แต่ขอให้ดีอีใช้ข้อเท็จจริงในการพิจารณา อย่าตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง” นายชัยธวัธกล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้เสียหายเตรียมรวมตัวร้องดีเอสไอ

ด้านกลุ่มผู้เสียหายจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตพีพีพี เตรียมรวมตัวกันเพื่อยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในสัปดาห์หน้า โดยมีนายสมชาย ทรัพย์ทวี ทนายความด้านสิทธิผู้บริโภคเป็นผู้ดูแลคดี นายสมชายเปิดเผยว่า มีผู้เสียหายยืนยันเข้าร่วมแล้วกว่า 200 ราย คาดว่ามูลค่าความเสียหายจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อมีการรวบรวมข้อมูลครบถ้วน

“ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยที่หลงเชื่อคำโฆษณาของพีพีพีว่าได้เงินฟรี แต่สุดท้ายกลับต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อรับสิทธิ์ พวกเขารู้สึกถูกหลอกและต้องการให้มีการดำเนินคดีถึงที่สุด” นายสมชายกล่าว

ทั้งนี้ ดีอีระบุว่าหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการแจ้งความดำเนินคดีอาญา และการดำเนินการทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย