ตำรวจสอบเครียดสาวเมากร่างขับรถชนตำรวจจราจรดับ 1 เจ็บ 1
สาวเมากร่างขับรถชนตำรวจจราจรดับ 1 เจ็บ 1 ตร.สอบเครียด

ตำรวจสอบเครียดสาวเมากร่างขับรถชนตำรวจจราจรดับ 1 เจ็บ 1

เหตุการณ์สะเทือนขวัญ

เกิดเหตุสลดใจเมื่อหญิงสาววัย 26 ปี ขับรถกระบะชนตำรวจจราจรขณะปฏิบัติหน้าที่บนถนน ส่งผลให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีก 1 นาย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมา บริเวณถนนราชวิถี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่มีอาการมึนเมา ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ได้ 180 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ

ตำรวจที่เสียชีวิตคือ ด.ต.สมชาย ใจดี อายุ 45 ปี สังกัดกองบังคับการตำรวจจราจร ส่วนผู้บาดเจ็บคือ ส.ต.อ.มานะ ขยัน อายุ 30 ปี ซึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อาการปลอดภัยแล้ว

ทั้งสองนายกำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ตามปกติ ก่อนที่รถกระบะจะพุ่งชนเข้าอย่างจัง ทำให้ ด.ต.สมชายเสียชีวิตทันที ส่วน ส.ต.อ.มานะได้รับบาดเจ็บที่ขา

การดำเนินคดี

พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาในเบื้องต้น 3 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ, ขับรถขณะเมาสุรา, และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ดื่มสุรากับเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนขับรถกลับบ้าน และไม่เห็นจุดตรวจของตำรวจเนื่องจากมึนเมา ขณะนี้ถูกควบคุมตัวที่ สน.บางซื่อ รอการฝากขังต่อศาล

ปฏิกิริยาจากสังคม

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิตและเพื่อนร่วมงาน ด้านผู้บังคับบัญชาได้เดินทางมาให้กำลังใจและดูแลเรื่องสวัสดิการ

นอกจากนี้ ยังมีเสียงเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการลงโทษผู้ขับขี่เมาสุราอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกในอนาคต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการป้องกัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและช่วงเวลากลางคืน พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของการเมาแล้วขับ

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่พบเห็นผู้ขับขี่ต้องสงสัยว่าเมาสุรา แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง