เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 10 มีนาคม 2568 เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารสายกรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าบนถนนกาญจนาภิเษก ขาออก มุ่งหน้าสะพานพระราม 7 บริเวณหน้าหมู่บ้านพฤกษา 34 เขตบางเขน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 11 ราย
รายละเอียดเหตุการณ์และผู้บาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คันนายาว พร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาสมัครกู้ภัย ถึงที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสารสีขาว ทะเบียน 10-2345 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน กระจกแตก เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล เกษตร จำนวน 4 ราย โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี 3 ราย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า 2 ราย โรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล 1 ราย และโรงพยาบาลบางเขน 1 ราย อาการส่วนใหญ่มีแผลถลอกตามร่างกาย กระดูกซี่โครงหัก และศีรษะกระทบกระเทือน
สาเหตุเบื้องต้นและความเสียหาย
จากการสอบถามผู้โดยสารที่รอดชีวิต ทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวรับผู้โดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มุ่งหน้าไปจังหวัดสุพรรณบุรี ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุ คนขับซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 45 ปี มีอาการง่วงซึม ก่อนจะเสียหลักพุ่งชนท้ายรถกระบะที่จอดเสียอยู่ข้างทาง แล้วไถลไปชนเสาไฟฟ้าอย่างแรง พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า ก่อนเกิดเหตุรถตู้วิ่งมาด้วยความเร็วสูงและไม่ลดความเร็วเมื่อเจอรถกระบะจอดเสีย เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บเล่าว่า “ตอนนั้นผมกำลังหลับอยู่ ก็รู้สึกว่ารถกระแทกอย่างแรง แล้วก็มีเสียงกระจกแตก ผู้โดยสารกรีดร้องกันวุ่นวาย คนขับดูเหมือนจะหลับในจริงๆ เพราะไม่มีเสียงเบรกเลย” ด้านพ.ต.อ.วรวิทย์ ศรีสุวรรณ ผู้กำกับการ สภ.คันนายาว กล่าวว่า “เบื้องต้นจะแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บแก่คนขับ และจะตรวจสอบประวัติการทำงานของคนขับ รวมถึงสภาพรถว่ามีการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบถ้วนหรือไม่”
การจัดการจราจรและผลกระทบ
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การจราจรบนถนนกาญจนาภิเษกขาออกติดขัดหนักเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรช่องทางซ้ายเพื่อเคลื่อนย้ายรถตู้และซ่อมแซมเสาไฟฟ้า คาดว่าการจราจรจะกลับมาเป็นปกติในช่วงเที่ยงวัน การไฟฟ้านครหลวงเร่งดำเนินการเปลี่ยนเสาไฟฟ้าใหม่เพื่อป้องกันอันตรายจากสายไฟที่ขาด
ทั้งนี้ อุบัติเหตุจากรถโดยสารสาธารณะที่เกิดจากคนขับหลับในเกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทย จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ ไทยพบสถิติเฉลี่ยปีละกว่า 200 ครั้ง สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเข้มงวดการตรวจสภาพร่างกายและชั่วโมงการทำงานของพนักงานขับรถโดยสารเพื่อลดความเสี่ยง



